ศาลเยาวชนและครอบครัวฯ
   ศาลทรัพย์สินทางปัญญาฯ
   ศาลยุติธรรม
   ศาลแพ่ง
   ศาลแพ่งกรุงเทพใต้
   ศาลอาญา
   ศาลอาญากรุงเทพใต้
   ศาลอาญาธนบุรี
   ศาลแพ่งธนบุรี
   ศาลจังหวัดตลิ่งชัน
   ศาลจังหวัดมีนบุรี
   ศาลแขวงพระนครเหนือ
   ศาลแขวงพระนครใต้
   ศาลแขวงปทุมวัน
   ศาลแขวงดุสิต
   ศาลแขวงธนบุรี
   ค้นหาคำพิพากษาศาลฎีกา
   ค้นหากฎหมายไทย
   อัตราค่าส่งหมายทั่วประเทศ
   ดาวน์โหลดแบบฟอร์มศาลยุติธรรม
   เนติบัณฑิตยสภา
   สภาทนายความ
   กรมพัฒนาธุรกิจการค้า
   สนง.คณะกรรมการกฤษฎีกา
   ห้องสมุดกฎหมายไทย 1.1
   ห้องสมุดกฎหมายไทย 2.1
   ห้องสมุดกฎหมายไทย 2.2
   ห้องสมุดกฎหมายคณะกรรมการกฤษฎีกา
สถิติผู้เข้าชม
 ขณะนี้มีผู้เข้าใช้ 3
 ผู้เข้าชมในวันนี้ 419
 ผู้เข้าชมทั้งหมด 2,250,566
 เปิดเว็บ 02/06/2553
 ปรับปรุงเว็บ 17/02/2565
กรุณาฝาก Email ของท่าน
  เพื่อรับข่าวสาร ที่น่าสนใจ
1 กรกฎาคม 2565
อา จ. อ. พ. พฤ ศ. ส.
     
10  11  12  13  14  15  16 
17  18  19  20  21  22  23 
24  25  26  27  28  29  30 
31             
 Webboard

การตอบคำถามทางเว็บไซท์ http://www.phuwarinlawyer.com/ 
เป็นเพียงความคิดเห็นเบื้องต้นทางกฎหมายซึ่งได้วินิจฉัยและตอบคำถามจากข้อเท็จจริงเพียงเท่าที่ปรากฏเท่านั้น
โดยอาจมีรายละเอียดข้อเท็จจริงและข้อมูลอื่นๆ ที่ผู้ถามมิได้แจ้งข้อมูลมาอย่างครบถ้วนที่จะประกอบการวินิจฉัยอย่างเพียงพอ
ผู้อ่านควรใช้วิจารณญาณประกอบการตัดสินใจ
**************************************************************

ติดต่อปรึกษาทางโทรศัพท์  081-9250-144 หรือ Line ID 081-9250-144
**กรณีหากไม่รับสายแสดงว่าติดภารกิจศาลหรือติดงาน กรุณาโทรติดต่อใหม่อีกครั้ง**

lawyer.makewebeasy.com > ปรึกษาปัญหากฎหมายทั่วไป > ** กฎหมายน่ารู้เรื่องปืน**
  ผู้เขียน
 หัวข้อ : ** กฎหมายน่ารู้เรื่องปืน** (อ่าน 27147)   
ทนายภูวรินทร์
Admin
phuwarinlawyer@hotmail.com
เมื่อ 5 มิถุนายน 2553 13:24 น.

สืบเนื่องจากมีคนเคยถามผมเกี่ยวกับการครอบครองปืน  ผมจึงขอเผยแพร่เป็นความรู้และเป็นวิทยาทานในที่นี้ครับ

กฎหมายน่ารู้เกี่ยวกับปืน

 การโอนลอยอาวุธปืนหมายถึง



          การโอนลอยอาวุธปืน หมายถึง การซื้อขายอาวุธปืนโดยผู้ซื้อชำระเงินให้แก่ผู้ขาย และผู้ขายส่งมอบอาวุธปืน พร้อมใบ ป.4 ซึ่งผู้ขายได้ลงลายมือชื่อของผู้ขายเอาไว้ด้านหลัง และเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการโอนของผู้ขายเช่น สำเนาบัตรประชาชน สำเนาทะเบียนบ้าน ฯลฯ เพื่อให้ผู้ซื้อนำไปดำเนินการโอนทางทะเบียนต่อนายทะเบียนอาวุธปืนเอาเอง โดยผู้ซื้อและผู้ขายไม่ได้ไปดำเนินการโอนต่อหน้านายทะเบียนในขณะที่มีการซื้อขาย  



          การซื้อขายอาวุธปืนโดยการโอนลอย หากผู้ซื้อมีใบอนุญาตให้ซื้อหรือรับโอนอาวุธปืน ( ใบ ป. 3 ) ในขณะที่มีการซื้อขายโดยการโอนลอย ก็ไม่มีปัญหา  



          แต่อาจเกิดปัญหาได้ หากการซื้อขายอาวุธปืนโดยการโอนลอยให้แก่ผู้ซื้อซึ่งในขณะทำการซื้อขายผู้ซื้อยังไม่ได้รับอนุญาตจากนายทะเบียนให้ซื้อหรือรับโอนอาวุธปืน คือไม่มีใบ ป. 3 ( ถึงแม้ผู้ซื้อจะไปดำเนินการขอใบ ป. 3 ในภายหลังก็ตาม ) และมีผู้มาพบการกระทำความผิด ผู้ขายก็จะมีความผิดฐานโอนหรือขายอาวุธปืนให้แก่ผู้ที่ไม่ได้รับอนุญาตตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ มาตรา 59 ส่วนผู้ซื้อก็จะมีความผิดฐานซื้อ หรือมีอาวุธปืนโดยไม่ได้รับอนุญาตตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ มาตรา 7 



           บางครั้งการโอนลอยก็มีประโยชน์ในเรื่องของความสะดวก ซึ่งก็เป็นที่นิยมใช้วิธีนี้กัน แต่บางครั้งก็อาจสร้างปัญหาตามมา หากไม่รอบคอบและไปกระทำผิดกฎหมายได้ครับ  

..........................................................................................................

สถานที่ติดต่อและยื่นคำร้อง เกี่ยวกับอาวุธปืน



กรุงเทพมหานคร 

สถานที่ติดต่อและยื่นคำร้อง  คือ ศูนย์บริการประชาชนกรมการปกครอง


วังไชยา นางเลิ้ง ถนนนครสวรรค์  เขตดุสิต    กรุงเทพมหานคร 10300 

โทร. 02–281 – 1224 , 02 – 282 – 0775 ,02 – 356 – 9584 ,  02 – 356 – 9585

ต่างจังหวัด        

สถานที่ติดต่อและยื่นคำร้อง คือ ยื่นคำร้องต่อนายอำเภอ หรือปลัดอำเภอ
ของแต่ละจังหวัดที่ผู้ขอมีภูมิลำเนา

คุณสมบัติผู้ขออนุญาตให้มีและใช้อาวุธปืน

1.      บรรลุนิติภาวะ

2.      สภาพร่างกายปกติไม่พิการหรือทุพพลภาพ

3.      ไม่เป็นบุคคลไร้ความสามารถหรือวิกลจริต หรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ

4.      มีชื่อในทะเบียนและมีถิ่นที่อยู่ประจำในท้องที่ ไม่น้อยกว่า 6 เดือน

5.      ไม่เคยต้องโทษจำคุกคดีอาญา

....................................................................................

เอกสารประกอบคำขออนุญาตการขออนุญาตซื้ออาวุธปืนและเครื่องกระสุน

v ข้าราชการพลเรือน ข้าราชการอื่นๆ หรือพนักงานองค์กรของรัฐ

·       บัตรประจำตัวข้าราชการหรือพนักงาน (ฉบับจริงพร้อมสำเนา)

·       ทะเบียนบ้าน ( ฉบับจริงพร้อมสำเนา)

·       หนังสือรับรองจากผู้บังคับบัญชารับรองตำแหน่งหน้าที่ เงินเดือน ความประพฤติ และเหตุผลจำเป็นที่ขออนุญาตที่ออกให้ไม่เกิน 6 เดือน

-        ผู้ออกหนังสือรับรองต้องเป็น ผู้บังคับบัญชาต้นสังกัดระดับผู้อำนวยการกอง หรือเทียบเท่าขึ้นไป

-        ข้าราชการตั้งแต่ระดับผู้อำนวยการกอง หรือเทียบเท่าขึ้นไป ไม่ต้องมีหนังสือรับรอง

·       หลักฐานแสดงว่าผ่านการฝึกอบรมใช้อาวุธปืน

v  ข้าราชการทหาร หรือตำรวจ

·       บัตรประจำตัวข้าราชการ (ฉบับจริงพร้อมสำเนา)

·       ทะเบียน (ฉบับจริงพร้อมสำเนา)

·       หนังสือรับรองจากผู้บังคับบัญชารับรองตำแหน่งหน้าที่ เงินเดือน ความประพฤติ และเหตุผลความจำเป็นที่ขออนุญาต ที่ออกให้ไม่เกิน 6 เดือน

-        ผู้ออกหนังสือต้องเป็นผู้บังคับบัญชาต้นสังกัดที่มียศตั้งแต่พันเอก หรือพันตำรวจเอกขึ้นไป

-        ผู้มียศตั้งแต่พันเอกหรือพันตำรวจเอกขึ้นไป ไม่ต้องมีหนังสือรับรอง

·       หลักฐานแสดงว่าผ่านการฝึกอบรมการใช้อาวุธปืน

v ประชาชนทั่วไป หรือผู้ประกอบอาชีพอื่น

·       บัตรประจำตัวประชาชน (ฉบับจริงพร้อมสำเนา)

·       ทะเบียนบ้าน (ฉบับจริงพร้อมสำเนา)

·       หลักฐานประกอบอาชีพ อาทิ เช่น หนังสือรับรองการจดทะเบียนบริษัท ห้างหุ้นส่วน หรือร้าน หากเป็นลูกจ้างหรือรับจ้าง ต้องมีหนังสือรับรองตำแหน่งหน้าที่เงินเดือนจากผู้มีอำนาจจัดการของกิจการนั้น หรือเจ้าของแล้วแต่กรณี หากมิได้มีอาชีพรับจ้าง ต้องมีเอกสารประกอบที่อ้างอิง อาทิเช่น ทำสวน ทำไร่ ติดต่อค้าขายที่ หรือค้าขายย่อย หรือเร่ขาย โดยไม่ได้จดทะเบียน ต้องนำหลักทรัพย์ เช่น โฉนดที่ดิน เงินฝากธนาคาร ( statement ) หรือหลักฐานอื่น เพื่อประกอบการพิจารณา

·       หนังสือรับรองความประพฤติและเหตุผลความจำเป็นที่ขออนุญาตจากข้าราชการระดับ 6 ขึ้นไป หรือ ตำแหน่งเทียบเท่าขึ้นไป

·       พิมพ์ลายนิ้วมือตรวจสอบประวัติ และสืบสวนความประพฤติ

·       หากขออนุญาตเพื่อการกีฬาจะต้องนำหลักฐาน การเป็นสมาชิกสนามยิงปืนแล้วไม่น้อยกว่า 60 วัน มาประกอบการพิจารณา

·       หลักฐานแสดงว่าผ่านการฝึกอบรมใช้อาวุธปืน

v   การขออนุญาตซื้ออาวุธปืนจากบุคคล

·       หลักฐานเอกสารเช่นเดียวกับการขออนุญาตซื้ออาวุธปืนและเครืองกระสุนจากร้านค้า

·       สำเนาบัตรประจำตัวและทะเบียนบ้านของผู้โอน พร้อมสำเนาใบอนุญาตให้มีและใช้อาวุธปืน (ป.4) ของอาวุธที่จะโอน

·       หลักฐานแสดงว่าผ่านการฝึกอบรมการใช้อาวุธปืน

·       หากขออนุญาตเพื่อการกีฬาจะต้องนำหลักฐานการเป็นสมาชิกสนามปืนมาแล้วไม่น้อยกว่า 60 วัน มาประกอบการพิจารณา

·       ภายหลังที่ได้รับอนุญาตผู้โอน (เจ้าของเดิม) กับผู้ขอรับโอน ต้องบันทึกการยินยอมการโอนต่อหน้านายทะเบียนไว้ในหลัง ใบอนุญาต (ป.4 ) ว่าโอนปืนกระบอกนี้ ให้ใครมีค่าตอบแทนเท่าใด หรือโอนไม่คิดค่าตอบแทนเนื่องจากอะไร แล้วลงนามไว้เป็นหลักฐานพร้อมผู้รับโอนลงนามไว้ด้วย

v  การขอรับโอนอาวุธปืนมรดก (เจ้าของปืนตาย)

·       ผู้ที่มีอาวุธหรือใบอนุญาตให้มีและใช้อาวุธปืน (ป.4) อยู่ในครอบครองต้องแจ้งการตายต่อนายทะเบียนท้องที่ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ตายพร้อมนำใบอนุญาต (ป.4)

·       ใบมรณบัตร พร้อมสำเนา

·       สำเนาคำสั่งศาลกรณีศาลแต่งตั้งผู้จัดการมรดก

-          ถ้าไม่มีผู้จัดการ ต้องสอบทายาททั้งหมดว่าว่ายินยอมสละปืนแล้วเสนอนายทะเบียนฯ

·       ผู้ขอรับโอนปืนมรดกนำหลักฐานเอกสารประกอบคำร้อง เช่นเดียวกับการขอรับโอนอาวุธปืนจากบุคคลมายื่นต่อนายทะเบียนท้องที่พร้อมเอกสารข้างต้น

·       หลักฐานแสดงว่าผ่านการฝึกอบรมการใช้อาวุธปืน

·       นำอาวุธที่ขอรับโอนไปให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบในวันที่ยื่นคำร้อง

v  การแจ้งการย้ายอาวุธปืน

·       ต้องยื่นคำร้องขอย้ายอาวุธปืนต่อนายทะเบียนท้องที่เดิมและนายทะเบียนท้องที่ซึ่งย้ายไปอยู่ใหม่ภายใน 15 วัน นับแต่วันย้ายออกไปและวันที่ไปถึง

·       ทะเบียนบ้าน (ฉบับจริงพร้อมสำเนา)

·       บัตรประจำตัว (ฉบับจริงพร้อมสำเนา)

·       นำอาวุธปืนไปให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบ

·       ไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียม 

v  การออกใบแทนหรือคัดสำเนาใบอนุญาตอาวุธปืน

·       ทะเบียนบ้าน (ฉบับจริงพร้อมสำเนา)

·       บัตรประจำตัว (ฉบับจริงพร้อมสำเนา)

·       กรณีสูญหาย แจ้งความต่อสถานีตำรวจท้องที่ ที่ใบอนุญาตหาย แล้วนำใบแจ้งความพร้อมคัดสำเนาประจำวันด้วย

·       นำอาวุธปืนไปให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบ

v ข้าราชการพลเรือน ข้าราชการอื่นๆ หรือพนักงานองค์กรของรัฐ

·       บัตรประจำตัวข้าราชการหรือพนักงาน (ฉบับจริงพร้อมสำเนา)

·       ทะเบียนบ้าน ( ฉบับจริงพร้อมสำเนา)

·       หนังสือรับรองจากผู้บังคับบัญชารับรองตำแหน่งหน้าที่ เงินเดือน ความประพฤติ และเหตุผลจำเป็นที่ขออนุญาตที่ออกให้ไม่เกิน 6 เดือน

-          ผู้ออกหนังสือรับรองต้องเป็น ผู้บังคับบัญชาต้นสังกัดระดับผู้อำนวยการกอง หรือเทียบเท่าขึ้นไป

-          ข้าราชการตั้งแต่ระดับผู้อำนวยการกอง หรือเทียบเท่าขึ้นไป ไม่ต้องมีหนังสือรับรอง

·       หลักฐานแสดงว่าผ่านการฝึกอบรมใช้อาวุธปืน

v  ข้าราชการทหาร หรือตำรวจ

·       บัตรประจำตัวข้าราชการ (ฉบับจริงพร้อมสำเนา)

·       ทะเบียน (ฉบับจริงพร้อมสำเนา)

·       หนังสือรับรองจากผู้บังคับบัญชารับรองตำแหน่งหน้าที่ เงินเดือน ความประพฤติ และเหตุผลความจำเป็นที่ขออนุญาต ที่ออกให้ไม่เกิน 6 เดือน

-       ผู้ออกหนังสือต้องเป็นผู้บังคับบัญชาต้นสังกัดที่มียศตั้งแต่พันเอก หรือพันตำรวจเอกขึ้นไป

-       ผู้มียศตั้งแต่พันเอกหรือพันตำรวจเอกขึ้นไป ไม่ต้องมีหนังสือรับรอง

·       หลักฐานแสดงว่าผ่านการฝึกอบรมการใช้อาวุธปืน

v ประชาชนทั่วไป หรือผู้ประกอบอาชีพอื่น

·       บัตรประจำตัวประชาชน (ฉบับจริงพร้อมสำเนา)

·       ทะเบียนบ้าน (ฉบับจริงพร้อมสำเนา)

·       หลักฐานประกอบอาชีพ อาทิ เช่น หนังสือรับรองการจดทะเบียนบริษัท ห้างหุ้นส่วน หรือร้าน หากเป็นลูกจ้างหรือรับจ้าง ต้องมีหนังสือรับรองตำแหน่งหน้าที่เงินเดือนจากผู้มีอำนาจจัดการของกิจการนั้น หรือเจ้าของแล้วแต่กรณี หากมิได้มีอาชีพรับจ้าง ต้องมีเอกสารประกอบที่อ้างอิง อาทิเช่น ทำสวน ทำไร่ ติดต่อค้าขายที่ หรือค้าขายย่อย หรือเร่ขาย โดยไม่ได้จดทะเบียน ต้องนำหลักทรัพย์ เช่น โฉนดที่ดิน เงินฝากธนาคาร ( statement ) หรือหลักฐานอื่น เพื่อประกอบการพิจารณา

·       หนังสือรับรองความประพฤติและเหตุผลความจำเป็นที่ขออนุญาตจากข้าราชการระดับ 6 ขึ้นไป หรือ ตำแหน่งเทียบเท่าขึ้นไป

·       พิมพ์ลายนิ้วมือตรวจสอบประวัติ และสืบสวนความประพฤติ

·       หากขออนุญาตเพื่อการกีฬาจะต้องนำหลักฐาน การเป็นสมาชิกสนามยิงปืนแล้วไม่น้อยกว่า 60 วัน มาประกอบการพิจารณา

·       หลักฐานแสดงว่าผ่านการฝึกอบรมใช้อาวุธปืน

v   การขออนุญาตซื้ออาวุธปืนจากบุคคล

·       หลักฐานเอกสารเช่นเดียวกับการขออนุญาตซื้ออาวุธปืนและเครืองกระสุนจากร้านค้า

·       สำเนาบัตรประจำตัวและทะเบียนบ้านของผู้โอน พร้อมสำเนาใบอนุญาตให้มีและใช้อาวุธปืน (ป.4) ของอาวุธที่จะโอน

·       หลักฐานแสดงว่าผ่านการฝึกอบรมการใช้อาวุธปืน

·       หากขออนุญาตเพื่อการกีฬาจะต้องนำหลักฐานการเป็นสมาชิกสนามปืนมาแล้วไม่น้อยกว่า 60 วัน มาประกอบการพิจารณา

·       ภายหลังที่ได้รับอนุญาตผู้โอน (เจ้าของเดิม) กับผู้ขอรับโอน ต้องบันทึกการยินยอมการโอนต่อหน้านายทะเบียนไว้ในหลัง ใบอนุญาต (ป.4 ) ว่าโอนปืนกระบอกนี้ ให้ใครมีค่าตอบแทนเท่าใด หรือโอนไม่คิดค่าตอบแทนเนื่องจากอะไร แล้วลงนามไว้เป็นหลักฐานพร้อมผู้รับโอนลงนามไว้ด้วย



 *************************************************************





เครดิตจาก  บทความคุณวิทยา สุขสมโสตร

http://www.gunstactics.com/readarticle.php?article_id=15


แก้ไขเมื่อ 17 มิถุนายน 2565 16:02 น.
เด็กน้อยพกปืน
Guest
ตอบ # 1 เมื่อ 19 กรกฎาคม 2554 04:26 น. [แจ้งลบ]
เป็นความรู้ที่ดีมากเลยครับ และถ้ารับฝากจำนำอาวุธปืนจะมีผลทางกฏหมายอย่างไรบ้างครับ ขอบคุณครับ
ทนายภูวรินทร์
Admin
phuwarinlawyer@hotmail.com
ตอบ # 2 เมื่อ 21 กรกฎาคม 2554 11:13 น. [แจ้งลบ]

            การจำนำ คือสัญญาซึ่งบุคคลคนหนึ่งเรียกว่า ผู้จำนำ  ส่งมอบสังหาริมทรัพย์สิ่งหนึ่งให้แก่บุคคลอีกคนหนึ่งเรียกว่า ผู้รับจำนำ เพื่อเป็นประกันการชำระหนี้ และผู้รับจำนำชอบที่จะยึดของจำนำไว้ได้ทั้งหมดจนกว่าจะได้รับชำระหนี้และค่าอุปกรณ์ครบถ้วน และหากลูกหนี้หรือผู้จำนำไม่ชำระหนี้ ก็ต้องบังคับจำนำ โดยผู้รับจำนำต้องบอกกล่าวเป็น หนังสือไปยังลูกหนี้ก่อนว่า ให้ชำระหนี้และอุปกรณ์ภายในเวลา อันควรซึ่งกำหนดให้ในคำบอกกล่าวนั้น  ถ้าลูกหนี้ละเลยไม่ปฏิบัติตามคำบอกกล่าว ผู้รับจำนำชอบที่จะเอาทรัพย์สินซึ่งจำนำออกขายได้ แต่ต้องขายทอดตลาด 



           อาวุธปืนเป็นทรัพย์ที่ทะเบียนที่กฎหมายควบคุมเป็นพิเศษ ผมตอบสรุปให้เลยว่าไม่สามารถจำนำได้  เพราะผู้รับจำนำจะมีความผิดตามกฎหมายอาวุธปืน แม้อาวุธปืนนั้นจะได้รับอนุญาตตามกฎหมายก็ตาม เนื่องจากอาวุธปืนนั้นนายทะเบียนอนุญาตให้มีเฉพาะรายบุคคลที่มีคุณสมบัติครบถ้วนตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด ดังนั้น หากรับจำนำไว้ก็ถือว่าผู้รับจำนำมีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตจากนายทะเบียนมีความผิดตาม พรบ.อาวุธปืนฯ 



            ดูตัวอย่างคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7803/2543 ตาม พ.ร.บ. อาวุธปืนฯ พ.ศ. 2490 มาตรา 7 บัญญัติว่า "ห้ามมิให้ผู้ใดทำ ซื้อ มี ใช้ สั่ง หรือนำเข้า ซึ่งอาวุธปืนหรือเครื่องกระสุนปืน เว้นแต่จะได้รับใบอนุญาตจากนายทะเบียนท้องที่" การที่นาย ส. จำนำอาวุธปืนไว้แก่จำเลยที่ 1 โดยจำเลยที่ 1 รับมอบอาวุธปืนไว้ในครอบครองเพื่อเป็นประกันการชำระหนี้ ย่อมถือได้ว่าจำเลยที่ 1 มีอาวุธปืนไว้ในครอบครองแล้ว เมื่อจำเลยที่ 1 ไม่ได้รับอนุญาตจากนายทะเบียนท้องที่ให้มีอาวุธปืนไว้ในครอบครอง จำเลยที่ 1 จึงมีความผิดตาม พ.ร.บ.อาวุธปืนฯ พ.ศ. 2490 มาตรา 72 วรรคสาม




 
แก้ไขเมื่อ 23 กุมภาพันธ์ 2560 18:08 น.
เกียวนภา
Guest
kiawphan@gmail.com
ตอบ # 3 เมื่อ 2 กันยายน 2554 11:21 น. [แจ้งลบ]
สวัสดีคะ ขอรบกวนเวลาสักนิดหนึ่งคะ คือดิฉันซื้อปืนมาในราคาที่แพงเกินจริงแล้วอยากเปลี่ยนคืน(ซื้อมาได้2วัน)ไม่ทราบว่าพอทำได้มั้ยคะคือราคาเกินจริงประมาณ40,000 บาทคะ ดิฉันซื้อ ขนาด 9มม. CZ 75 ในราคา136,500 บาท แต่ตามร้านทั่วไป85,000บาท จะต้องทำไรถึงจะได้เงินคืนคะ
รบกวนแค่นี้คะ
ขอบคุณคะ
ทนายภูวรินทร์
Admin
phuwarinlawyer@hotmail.com
ตอบ # 4 เมื่อ 5 กันยายน 2554 19:14 น. [แจ้งลบ]
ตอบคุณเกียวนภา

         การที่ตกลงซื้อปืนจากผู้ขาย และมีการส่งมอบปืน พร้อมทั้งชำระราคากันแล้ว ถือว่าเป็นสัญญาซื้อขายเสร็จเด็ดขาด จึงไม่สามารถเลิกสัญญาและขอเงินคืนได้ แต่หากมีข้อเท็จจริงว่าผู้ขายมีเจตนาหลอกลวงให้คุณซื้อปืนในราคาที่แพงกว่าปกติ  ถือว่าผู้ขายได้ขายปืนแก่คุณโดยทำกลฉ้อฉล เป็นเหตุให้คุณต้องชำระราคาสูงขึ้นกว่าราคาซื้อขายปกติ  จึงเป็นกลฉ้อฉลแต่เพียงเหตุจูงใจให้คู่กรณีฝ่ายหนึ่งยอมรับข้อกำหนดอันหนักยิ่งกว่าที่จะยอมรับโดยปกติ แต่คุณไม่สามารถบอกล้างการซื้อขายนั้นได้ คือไม่ทำให้สัญญาซื้อขายเป็นโมฆียะที่จะสามารถบอกล้างได้ แต่กรณีนี้ชอบที่จะเรียกเอาค่าสินไหมทดแทนเพื่อความเสียหายอันเกิดจากกลฉ้อฉลนั้นได้ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 161 โดยต้องฟ้องศาลเพื่อบังคับให้ผู้ขายคืนเงินส่วนที่เกินได้เท่านั้น  
75d
Guest
mulahns@hotmail.com
ตอบ # 5 เมื่อ 13 มกราคม 2555 13:23 น. [แจ้งลบ]
คนคนหนึ่งสามารถซื้อปืนมีไว้ครอบครองได้กี่กระบอกครับ
ทนายภูวรินทร์
Admin
phuwarinlawyer@hotmail.com
ตอบ # 6 เมื่อ 17 มกราคม 2555 23:37 น. [แจ้งลบ]
ตอบคุณ 75d 

            กฎหมายไม่ได้บัญญัติห้าม หรือจำกัดจำนวนไว้ ฉะนั้น คนมีเงินจึงมีได้หลายกระบอก และการจะมีหลายกระบอกก็ขึ้นอยู่กับ........ดุลพินิจ.......ของ จนท.ด้วย
efe
Guest
ตอบ # 7 เมื่อ 18 กุมภาพันธ์ 2555 14:47 น. [แจ้งลบ]

เรียน ทนายภูวรินทร์ และ ทีมงานทุกท่าน

ดิฉันต้องขอขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่ง ที่ได้ตั้งเว็ปที่มีประโยชน์ให้ความรู้ และสามารถ นำไปใช้ในการ ตอบข้อสอบ พร้อมใช้กับชีวติประจำวันได้ด้วย

เพราะดิฉันเรียนจบ คณะรัฐศาสตร์ รามฯ และกำลังจะเทียบโอนเรียน นิติฯ จากมหาวิทยาลัยเดียวกันเพื่อจะได้มีความรู้เรื่องกฏหมาย(ประกอบอาชีพส่วนตัวค่ะ) ท่านและทีมงาน ช่วยดิฉันได้มากค่ะ


ขอบพระคุณอีกครั้งค่ะ
Jhon
Guest
ตอบ # 8 เมื่อ 20 ธันวาคม 2555 15:18 น. [แจ้งลบ]
ผมอยากจะทำการขออนุญาตซื้ออาวุธปืนและเครื่องกระสุน แต่ตอนที่ผมอายุ 17 ปี ผมเคยมีคดีอาญา เมาแล้วขับ (รถจักรยานยนต์) ตอนนี้ผมอายุ 26 ปีแล้ว อยากทราบว่าเมาแล้วขับอายุความกี่ปี แล้วจะผ่านคุณสมบัติหรือไม่กับการขออนุญาตซื้ออาวุธปืนและเครื่องกระสุน

ขอบคุณครับ
ทนายภูวรินทร์
Admin
phuwarinlawyer@gmail.com
ตอบ # 9 เมื่อ 22 ธันวาคม 2555 22:47 น. [แจ้งลบ]
ตอบคำถามคุณ Jhon



พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ.
2522

          มาตรา 43 บัญญัติว่า “ห้ามมิให้ผู้ขับขี่ขับรถ (1) ในขณะหย่อนความสามารถในอันที่จะขับ (2) ในขณะเมาสุราหรือของเมาอย่างอื่น (3) ในลักษณะกีดขวางการจราจร (4)โดยประมาทหรือน่าหวาดเสียว อันอาจเกิดอันตรายแก่บุคคลหรือทรัพย์สิน (5) ในลักษณะที่ผิดปกติวิสัยของการขับรถตามธรรมดาหรือไม่อาจแลเห็นทางด้านหน้าหรือด้านหลังด้านใดด้านหนึ่งหรือทั้งสองด้านได้พอแก่ความปลอดภัย (6) คร่อมหรือทับเส้นหรือแนวแบ่งช่องเดินรถ เว้นแต่เมื่อเปลี่ยนช่องเดินรถ เลี้ยวรถหรือกลับรถ  (7) บนทางเท้าโดยไม่มีเหตุอันสมควร เว้นแต่รถลากเข็นสำหรับทารก คนป่วยหรือคนพิการ (8) โดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยหรือความเดือดร้อนของผู้อื่น”

         

           มาตรา 160 ตรี
ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา 43 (2) ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับตั้งแต่ห้าพันบาทถึงสองหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และให้ศาลสั่งพักใช้ใบอนุญาตขับขี่ของผู้นั้นมีกำหนดไม่น้อยกว่าหกเดือน หรือเพิกถอนใบอนุญาตขับขี่

          ถ้าการกระทำความผิดตามวรรคหนึ่งเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายแก่กายหรือจิตใจผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงห้าปี และปรับตั้งแต่สองหมื่นบาทถึงหนึ่งแสนบาท และให้ศาลสั่งพักใช้ใบอนุญาตขับขี่ของผู้นั้นมีกำหนดไม่น้อยกว่าหนึ่งปี หรือเพิกถอนใบอนุญาตขับขี่

          ถ้าการกระทำความผิดตามวรรคหนึ่งเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายสาหัส ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สองปีถึงหกปี และปรับตั้งแต่สี่หมื่นบาทถึงหนึ่งแสนสองหมื่นบาท และให้ศาลสั่งพักใช้ใบอนุญาตขับขี่ของผู้นั้นมีกำหนดไม่น้อยกว่าสองปี หรือเพิกถอนใบอนุญาตขับขี่

          ถ้าการกระทำความผิดตามวรรคหนึ่งเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สามปีถึงสิบปี และปรับตั้งแต่หกหมื่นบาทถึงสองแสนบาท และให้ศาลสั่งเพิกถอนใบอนุญาตขับขี่



ประมวลกฎหมายอาญา

          มาตรา 95 ในคดีอาญา ถ้ามิได้ฟ้องและได้ตัวผู้กระทำความผิดมายังศาลภายในกำหนดดังต่อไปนี้ นับแต่วันกระทำความผิด เป็นอันขาดอายุความ

          (1) ยี่สิบปี สำหรับความผิดต้องระวางโทษประหารชีวิต จำคุกตลอดชีวิต หรือจำคุกยี่สิบปี

          (2) สิบห้าปี สำหรับความผิดต้องระวางโทษจำคุกกว่าเจ็ดปีแต่ยังไม่ถึงยี่สิบปี

          (3) สิบปี สำหรับความผิดต้องระวางโทษจำคุกกว่าหนึ่งปีถึงเจ็ดปี

          (4) ห้าปี สำหรับความผิดต้องระวางโทษจำคุกกว่าหนึ่งเดือนถึงหนึ่งปี

          ดังนั้น ความผิดฐานขับขี่รถในขณะเมาหรือของเมาอย่างอื่น ย่อมเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 43 (2) มีโทษตามมาตรา 160 ตรี ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับตั้งแต่ 5,000 บาท ถึง 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ซึ่งกำหนดอายุความ 5 ปี นับแต่วันกระทำความผิดตาม ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 95 (4)

         

          สำหรับคุณสมบัติผู้ขออนุญาตให้มีและใช้อาวุธปืนมีดังนี้



          1. บรรลุนิติภาวะ



          2. สภาพร่างกายปกติไม่พิการหรือทุพพลภาพ



          3. ไม่เป็นบุคคลไร้ความสามารถหรือวิกลจริต หรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ



          4. มีชื่อในทะเบียนและมีถิ่นที่อยู่ประจำในท้องที่ ไม่น้อยกว่า 6 เดือน



          5. ไม่เคยต้องโทษจำคุกคดีอาญา



          คุณสมบัติข้อที่ 5. หมายความว่าเคยถูกศาลพิพากษาลงโทษจำคุก และถูกจำคุกจริง ๆ มาแล้ว และเนื่องจากคำถามไม่ได้บอกว่าการมีคดีเมาแล้วขับดังกล่าว ผลของคดีเป็นอย่างไร แต่อย่างไรก็ตามหากไม่เคยถูกจำคุกจริง ๆ กล่าวคือเมื่อกระทำผิดแล้วหลบหนี หรือถูกดำเนินคดีจนศาลพิพากษาลงโทษจำคุก แต่รอการกำหนดโทษ หรือรอการลงโทษไว้ ย่อมไม่ต้องห้ามตามคุณสมบัติดังกล่าว สามารถยื่นขออนุญาตให้มีและใช้อาวุธปืนได้ แต่จะได้รับอนุญาตหรือไม่ เป็นดุลพินิจของเจ้าหน้าที่เพราะปืนเป็นอาวุธที่อันตรายมาก เจ้าหน้าที่ย่อมตรวจสอบประวัติอย่างละเอียด ซึ่งหากต้องการมีไว้เพื่อป้องกันชีวิตและทรัพย์สิน ก็ต้องลองยื่นคำขอดู ไม่ลองก็ไม่รู้ไม่เสียหายอะไร ขอให้โชคดีครับ


เพ็ญ
Guest
ตอบ # 10 เมื่อ 1 พฤษภาคม 2556 14:57 น. [แจ้งลบ]
ขอถามหน่อยนะค่ะ ครอบครัวดิฉันมีปืนเมาเซอร์ไรเฟิลไว้ครอบครอง ในทะเบียนเป็นชื่อของคุณพ่อ ปัจจุบันคุณพ่อได้เสียชีวิตนานแล้ว คุณแม่ยังมีชีวิตอยู่ จะต้องทำอย่างไร ถ้าลูกคนหนึ่งคนใดจะครอบครอง คุณพ่อกับคุณแม่มีลูก 4 คน อยากทราบว่าจะโอนกันอย่างไรในเมื่อคุณพ่อเสียชีวิตแล้ว
ทนายภูวรินทร์
Admin
phuwarinlawyer@gmail.com
ตอบ # 11 เมื่อ 2 พฤษภาคม 2556 01:01 น. [แจ้งลบ]
ตอบคำถามคุณเพ็ญ

          อาวุธปืนเป็นทรัพย์สินอย่างหนึ่งที่สามารถตกทอดไปยังทายาทของเจ้าของอาวุธปืนได้เหมือนทรัพย์สินอื่น ๆ ทั่วไป อันนี้เป็นเรื่องกรรมสิทธิ์ในตัวปืนเท่านั้น ไม่เกี่ยวกับใบอนุญาต เพราะทายาทผู้ได้รับอาวุธปืนเป็นมรดกตกทอด ก็ยังเป็นการมีอาวุธไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตจากนายทะเบียนอยู่ดี และมีความผิดตามกฎหมาย  ฉะนั้นจึงต้องยื่นคำร้องต่อนายทะเบียนท้องที่เพื่อขอใบอนุญาตให้มีหรือใช้อาวุธปืนเสียก่อน ซึ่งทางราชการจะพิจารณาว่า ทายาทหรือผู้ขออนุญาตมีคุณสมบัติที่ต้องห้ามตามกฎหมายหรือไม่ ถ้าไม่มีก็จะได้จัดการออกใบอนุญาตให้ต่อไป ดังนั้น จึงควรรีบติดต่อสอบถามไปที่นายทะเบียนอาวุธปืนท้องที่เพื่อทราบรายละเอียดขั้นตอนและเอกสารที่ต้องใช้เพื่อขอรับโอนมรดกอาวุธปืนนะครับ หรือพิมพ์คำว่า "การขอรับโอนมรดกอาวุธปืน" ที่กูเกิ้ลเพื่อทราบรายละเอียดเบื้องต้นก่อนก็ได้ครับ
โอ๋
Guest
ตอบ # 12 เมื่อ 8 ตุลาคม 2557 06:38 น. [แจ้งลบ]
สวัสดีคะคุณทนาย รบกวนถามหน่อยคะ หนูต้องไปรับปืนของคุณพ่อ มีชายคนหนึ่งโดนจับกุมคดียาเสพติดและมีปืนในครอบครองทางตำรวจตรวจสอบพบว่าปืนเป็นชื่อคุณพ่อแต่คุณพ่อหนูเสียชีวิตไปแล้วหนูก็เลยต้องไปรับคืนเพราะเป็นทายาท เรื่องเอกสารเรียบร้อย ตอนนี้คุณตำรวจติดต่อให้ไปรับคืนหนูไม่รู้ต้องทำยังไงบ้างแต่อยากจะขายเพราะไม่กล้าเก็บไว้เห็นคุณตำรวจบอกให้ติดต่อกองทะเบียนปืน แล้วต้องเอาปืนไปด้วยมั้ยคะ คุณตำรวจบอกเป็นปืนยาว 22อะไรนี่แหละคะ ปืนยาวคงไม่สะดวกพกพา รับปืนแล้วต้องทำยังไงต่อคะรบกวนคุณทนายช่วยตอบหน่อยนะคะ ขอบคุณมากคะ....โอ๋คะ
ทนายภูวรินทร์ 081-9250-144
Admin
phuwarinlawyer@gmail.com
ตอบ # 13 เมื่อ 12 ตุลาคม 2557 12:50 น. [แจ้งลบ]
ตอบคำถามคุณโอ๋

          เมื่อคุณพ่อเสียชีวิต ก็ต้องใช้เอกสารประกอบการรับปืนหรือรับโอนเป็นคำสั่งแต่งตั้งผู้จัดการมรดกด้วย แต่เรื่องนี้ผมแนะนำให้ไปติดต่อที่กองทะเบียนอาวุธปืน ณ ท้องที่ที่ปืนจดทะเบียนว่าจะต้องดำเนินการอย่างไร และใช้เอกสารอะไรบ้างครับ จะได้จัดเตรียมไปให้ครบถ้วน เพราะอาวุธปืนไม่ใช่ทรัพย์สินที่ใครก็สามารถครอบครองได้
จิดาภา
Guest
ตอบ # 14 เมื่อ 13 ตุลาคม 2557 15:14 น. [แจ้งลบ]
เรียนคุณทนายค่ะ

ขอคำแนะนำหน่อยค่ะ
ตอนนี้แม่ได้เก็บรักษาปืนของลุงซึ่งเป็นพี่เขยไว้ แต่ลุงและป้าได้เสียชีวิตไปแล้วทั้งคู่ ลุงกับป้าไม่มีบุตร
พี่น้องของลุงที่เหลืออยู่ก็ติดต่อไม่ได้ ทะเบียนปืนหาไม่เจอ...ในกรณีนี้ถ้าเราจะนำปืนที่มีอยู่ไปตรวจเช็คทะเบียน ขอขึ้นทะเบียนใหม่เป็นของแม่ได้หรือไม่...หรือต้องมีขบวนการอย่างไร รบกวนขอคำแนะนำด้วยนะคะ ขอบคุณค่ะ
The KATE
Guest
watthananan_24@hotmail.com
ตอบ # 15 เมื่อ 13 ตุลาคม 2557 22:51 น. [แจ้งลบ]
ขอสอบถามครับ ผมย้ายทะเบียนบ้านมาหลายปีแล้วแต่ยังไม่ได้โอนย้ายทะเบียนปืนมาด้วย หากไปดำเนินการโอนย้ายทะเบียนปืนมาอยู่ตามภูมิลำเนาใหม่ มีค่าปรับ หรือค่าใช้จ่ายอะไรไหมครับ
ทนายภูวรินทร์ 081-9250-144
Admin
phuwarinlawyer@gmail.com
ตอบ # 16 เมื่อ 14 ตุลาคม 2557 21:02 น. [แจ้งลบ]
ตอบคำถามคุณจิดาภา

         อาวุธปืนก็เป็นทรัพย์สินอย่างหนึ่งที่เมื่อเจ้าของเสียชีวิตแล้ว ปืนย่อมตกเป็นมรดกแก่ทายาทของลุง ซึ่งทายาทที่มีสิทธิรับมรดกของลุงจะมี 6 ลำดับเท่านั้นคือ 1.ผู้สืบสันดาน (ลูก) 2. บิดามารดา  3.พี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกัน 4.พี่น้องร่วมบิดา หรือร่วมมารดาเดียวกัน 5.ปู่่ ย่า ตา ยาย 6.ลุงป้าน้าอา 

        หากมีทายาทในลำดับดังกล่าวข้างต้น ก็สามารถยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อดำเนินการรับโอนมรดกปืนได้ แล้วนำหลักฐานคำสั่งศาลไปยื่นขอที่ฝ่ายทะเบียนอาวุธได้ครับ ซึ่งมีขั้นตอนการพิจารณาเช่นเดียวกับบุคคลที่ต้องการมีและใช้อาวุธปืนทั่วไป เพราะใบอนุญาตให้มีหรือใช้อาวุธปืนเป็นคุณสมบัติเฉพาะตัว

        ส่วนแม่คุณไม่ได้เกี่ยวข้องเป็นทายาทที่จะมีสิทธิรับมรดกของลุงได้ ดังนั้น  จึงไม่สามารถดำเนินการทางกฎหมายเพื่อจะครอบครองอาวุธปืนดังกล่าวได้ หากเก็บไว้ก็อาจถูกดำเนินคดีข้อหามีอาวุธปืนครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตได้นะครับ
ทนายภูวรินทร์ 081-9250-144
Admin
phuwarinlawyer@gmail.com
ตอบ # 17 เมื่อ 14 ตุลาคม 2557 21:11 น. [แจ้งลบ]
ตอบคำถามคุณThe KATE

         กรณีที่ได้สอบถามมานั้น มีโทษปรับตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืนวัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. ๒๔๙๐

          มาตรา ๖๒ ผู้ที่ได้รับใบอนุญาตให้มีและใช้อาวุธปืนคนใดย้ายถิ่นที่อยู่ ให้แจ้งการย้ายแก่นายทะเบียนท้องที่ภายในสิบห้าวันนับแต่วันย้าย และถ้าย้ายไปอยู่ต่างท้องที่ให้แจ้งการย้ายแก่นายทะเบียนท้องที่ใหม่ให้ทราบภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ย้ายไปถึงอีกด้วย

         มาตรา ๘๓ ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา ๖๒ ต้องระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่งพันบาท ส่วนค่าธรรมเนียมการโอนย้ายนั้น ต้องไปสอบถามนายทะเบียน ซึ่งคิดว่าไม่มากมายอะไรครับ หลักสำคัญคือต้องไปแจ้งย้ายเท่านั้น หรือย้ายทะเบียนบ้านกลับไปยังที่เดิมก็ไม่ต้องไปแจ้งโอนอะไร

 
มังกร
Guest
iliveilove@hotmail.com
ตอบ # 18 เมื่อ 30 ตุลาคม 2557 23:25 น. [แจ้งลบ]
เรียนคุณทนายคับ...
ผมซื้อปืนต่อมาจากคนรู้จักแต่ในใบ ป.4 ถูกสลักไว้ว่าโอนลอยให้นาย ก. ตั้งแต่ปี 2518 และนาย ก.ได้สลักขายต่อให้นาย ข.ตั้งแต่ปี 2547
แต่สุดท้ายตอนนี้ปืนและใบ ป.4 อยู่ที่ผมเจ้าของเดิมได้เสียชีวิตนานแล้วและตอนนี้ก็ติดต่อใครไม่ได้เลย...ผมควรทำอย่างไรดีคับ
ทนายภูวรินทร์ 081-9250-144
Admin
phuwarinlawyer@gmail.com
ตอบ # 19 เมื่อ 13 พฤศจิกายน 2557 22:08 น. [แจ้งลบ]

ตอบคำถามคุณมังกร

          ก่อนอื่นต้องขออภัยที่ตอบคำถามล่าช้าเนื่องจากติดภารกิจคดีความครับ

          ตามคำถาม อาวุธปืนเป็นทรัพย์สินที่ไม่สามารถโอนให้แก่กันได้โดยง่ายเหมือนทรัพย์สินทั่วไป เพราะมีกฎหมายบัญญัติคุณสมบัติผู้ที่จะมีสิทธิครอบครองไว้โดยเฉพาะแล้ว หากครอบครองไม่ถูกต้องก็มีความผิดและอาจติดคุกได้

          การซื้อขายแบบโอนลอยนั้น ก็ต้องดำเนินการให้เสร็จสิ้นภายในระยะเวลาพอสมควรด้วย คือ ผู้ซื้อก็ต้องดำเนินการขอใบอนุญาตให้ซื้อหรือรับโอนอาวุธปืน (ป.3) ฝ่ายผู้ขายก็ต้องลงลายมือชื่อของผู้ขายเอาไว้ด้านหลังใบ ป.4 (สลักหลัง)  และส่งมอบเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการโอนของผู้ขายเช่น สำเนาบัตรประชาชน  สำเนาทะเบียนบ้าน ฯลฯ เพื่อไปดำเนินการโอนทางทะเบียนต่อนายทะเบียนอาวุธปืน หรือไปดำเนินการโอนทางทะเบียนกันต่อหน้านายทะเบียนทันที แต่กรณีของคุณมีการสลักหลังไว้ครั้งแรกตั้งแต่ปี 2518 และยังไม่มีการดำเนินการอะไรกันทางทะเบียนเลย   ดังนั้น จึงไม่สามารถรับโอนอาวุธปืนดังกล่าวให้ถูกต้องตามกฎหมายได้ ไม่ว่ากรณีใด ๆ เพราะเจ้าของเดิมเสียชีวิตแล้ว ตอนนี้ก็ต้องกลายเป็นอาวุธปืนถูกกฎหมาย แต่ครอบครองผิดกฎหมาย ซึ่งก็ต้องเสี่ยงกับการถูกค้นพบการกระทำความผิดและถูกดำเนินคดีอาญาต่อไป   


ket
Guest
ตอบ # 20 เมื่อ 19 กุมภาพันธ์ 2558 18:03 น. [แจ้งลบ]
ขอสอบถามครับ.. กรณีการซื้อขายปืนเงินผ่อน..โดยผู้ขายได้โอนเปลี่ยนชื่อไปให้ผู้ซื้อตามกฏหมายแล้ว(ผู้ชื้อได้รับใบ ป 3และป4 แล้ว)..ผู้ซื้อและผู้ขายได้ทำสัญญาผ่อนเงินเป็นงวดๆให้แล้วเสร็จภายใน 1 ปี โดยมีเงื่อนไขว่า ในระหว่างที่ยังจ่ายเงินค่าปืนไม่ครบ ห้ามผู้ซื้อ จำหน่าย โอนให้แก่ผู้ใดหรือ แก้ไข ดัดแปลง เว้นแต่จะได้รับการยินยอมจากผู้ขายก่อน....สัญญาแบบนี้มีสภาพบังคับได้หรือไม่ครับ..และในระหว่างที่ยังไม่ครบสัญญา..กรรมสิทธิ์ในตัวปืนยังเป็นของผู้ขายอยู่หรือไม่ครับ.....
ทนายภูวรินทร์ 081-9250-144
Admin
phuwarinlawyer@gmail.com
ตอบ # 21 เมื่อ 13 มีนาคม 2558 22:41 น. [แจ้งลบ]
ตอบคำถามคุณ ket

       อาวุธปืน เป็นทรัพย์สินที่สามารถขายได้ และโอนกรรมสิทธิ์ให้บุคคลอื่นได้ เพียงแต่ต้องปฏิบัติตามกฎหมายอาวุธปืน คือต้องได้รับอนุญาตตามกฎหมายก่อน ปกติกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินย่อมโอนไปยังผู้ซื้อทันทีตั้งแต่วันที่ทำสัญญาซื้อขายกัน คือ ผู้ซื้อตกลงซื้อ ผู้ขายตกลงขาย ส่วนการชำระเงินเป็นเรื่องภายหลังจากการซื้อขายกันเสร็จสิ้นแล้ว ยกเว้น คู่สัญญาจะตกลงกันว่า กรรมสิทธิ์ยังไม่โอนไปจนกว่าผู้ซื้อจะชำระเงินครบถ้วน แต่กรณีตามปัญหาไม่มีเงื่อนไขดังกล่าว แต่เป็นเงื่อนไขที่ไปห้ามผู้ซื้อห้ามจำหน่ายทรัพย์สินของตนเองแล้ว ซึ่งไม่น่าจะบังคับได้ เพราะเมื่อกรรมสิทธิ์โอนไปยังผู้ซื้อแล้ว ผู้ซื้อย่อมมีสิทธิตามกฎหมายในฐานะเจ้าของในการจำหน่ายจ่ายโอนได้ กรณีนี้ หากผู้ซื้อไม่ชำระเงินให้ครบถ้วน ผู้ขายก็มีสิทธิฟ้องศาลเพื่อบังคับให้ชำระหนี้ที่ยังค้างชำระเท่านั้นครับ
คนบ้านนอก
Guest
ตอบ # 22 เมื่อ 14 เมษายน 2558 14:37 น. [แจ้งลบ]
ผมซื้อปืนด้วยการโอนลอยมาครับ ตัด ป.4เป็นชื่อตัวเองได้ปีกว่าแล้ว โดนตำรวจจับแล้วส่งไปตรวจพิสูจน์หลักฐานกลายเป็นปืนสวมทะเบียน ถ้าตามใบ ป.4 ออกจากเจ้าของเดิมแล้วมาผมเลยครับ เจ้าของเดิมซื้อจากสวัสดิการตำรวจ แต่ถ้าจากการซื้อขายมีการซื้อขายมาเป็นทอดๆ เจ้าของเดิม> คนที่ 1> คนที่ 2>ผม ตอนสอบปากคำผมให้การตามความจริงไปว่าซื้อมาจากคนที่ 2 ส่วนคนขายเขาก้บอกว่าขายให้คนที่ 1 แล้วเขาก็โอนลอยกันมาอีกทอดนึง (เจ้าของเดิม คนที่ 1 คนที่2 ล้วนเป็นตำรวจหมดเลยครับ ผมประชาชนธรรมดา)ผมมีเอกสาร หลักฐานครบครับ แต่เขาอยากจะมาเตี๊ยมกับผมว่าให้ผมซื้อกับเจ้าของโดยตรง อัยการจะได้ไม่แจ้งขอหาซื้อปืนโดยไม่มี ป.3 กับเจ้าของเดิมและตัวผม ผมอยากทราบว่าอัยการเขาจะฟ้องผมย้อนหลังได้ไม๊ครับ ความผิดผมเสร็จสิ้นไปแล้ว ซึ่งผมคงให้การตามเดิม ว่าผมซื้อต่อจากใคร ให้ไปไล่บี้กันเอง เพราะผมก็พยายามทำให้ถูกต้องที่สุดแล้ว
คนบ้านนอก
Guest
ตอบ # 23 เมื่อ 17 เมษายน 2558 17:33 น. [แจ้งลบ]
เพิ่มเติมนะครับ
พนักงานสอบสวนแจ้งข้อหาผมไม่มีใบอณุญาติพกพาข้อหาเดียว ไม่แจ้งเพิ่ม เขาว่าจะไปสืบกับคนที่ 1 กับ 2 แล้วไล่เอง แต่ผมไม่ไว้ใจเลย คนขายก้อยากให้มาคุยกัน จะคืนเงินให้ ขอให้ให้การช่วยเหลือกัน เรื่องได้จบๆ ไป
ซึ่งผมก้อยากจบถ้าได้เงินคืนมา ไม่ต้องไปฟ้องแพ่งกันทีหลัง (มีรูปถ่ายปืนกระบอกนั้นตอนที่คนที่ 2 ลงขายในเวปด้วย เจ้าของเวปช่วยล๊อคเวปไม่ให้มีการแก้ไขไว้แล้ว) อัยการสามารถแจ้งปืนเถื่อนกับผมได้ไม๊ครับถ้าพนักงานสอบสวนไม่ตั้งข้อหา แล้วพนักงานสอบสวนมีสิทธ์จะไม่แจ้งข้อหาปืนสวมทะเบียนกับทุกคนไม๊ครับ แบบว่าหลักฐานไม่พอ ให้เรื่องมันจบๆ ไป
ทนายภูวรินทร์ 081-9250-144
Admin
phuwarinlawyer@gmail.com
ตอบ # 24 เมื่อ 3 พฤษภาคม 2558 00:21 น. [แจ้งลบ]
ทนายภูวรินทร์ ได้ตอบคำถามคนบ้านนอกทางอีเมลล์เรียบร้อยแล้ว

nikom k
Guest
nsk_2550@yahoo.co.th
ตอบ # 25 เมื่อ 23 พฤษภาคม 2558 13:02 น. [แจ้งลบ]
สวัสดีครับ
ผมได้ชื้อปืนจากลุงมาจะเอาไปโอนและขอ ป3 ผ่านนายหน้าท่านหนึง ต่อมาออก ป3 ให้ผมเกิดหมดอายุ ป3:เพราะทางเจ้าหน้าที่ส่งเอกสารไปที่ร้านปืนแห่งหนึง ต่อมาประมาณ 1 ปี เช็ดประวัติปืนได้โอนให้บุคคลอื่นไปแล้วและอยู่จังหวัดนครนกยก ส่วนปืนและ ป4 ยังอยู่กับเจ้าของเดิมทางใต้ เท่ากับ ปืน2 กระบอก ป4 2ใบ แต่ในข้อมูลชื่ออีกคนที่ไม่รู้จัก อย่างเหมือนสวมใบ ป4 ใช่ไหมครับ จะโอนให้เรากลับกลายเป็นคนอื่นเสียงั้น ต้องทำอย่างไรครับ
satanoi
Guest
satanoi@hotmail.com
ตอบ # 26 เมื่อ 9 มิถุนายน 2558 09:55 น. [แจ้งลบ]
เรียนคุณทนายครับ

ขอปรึกษาเกี่ยวกับปืนมรดก ไม่มีผู้จัดการมรดกครับ
มีทายาท 4 คน อยู่เมืองนอก 2 คน(ไม่ค่อยได้กลับมาครับ)อยู่ไทย 2 คน
พี่เค้าไม่ชอบปืนครับ พอดีผมจะขอซื้อต่อจากพี่เค้าครับ ผมจะต้องทำอย่างไรบ้างครับ
พี่เค้าไม่สะดวกดำเนินการเกี่ยวกับเรื่องปืนด้วยครับ ผมมีใบป.3แล้ว ขอคำแนะนำด้วยครับ
ขอบคุณครับ

satanoi
satanoi@hotmail.com
ทนายภูวรินทร์ 081-9250-144
Admin
phuwarinlawyer@gmail.com
ตอบ # 27 เมื่อ 9 มิถุนายน 2558 21:36 น. [แจ้งลบ]
ตอบคำถามคุณ satanoi 

        เรื่องกรรมสิทธิ์ในอาวุธปืนเป็นของผู้ตาย ย่อมตกเป็นไปเป็นของทายาท ซึ่งทายาทจะต้องดำเนินการขอให้ศาลสั่งเป็นผู้จัดการมรดกเพื่อดำเนินการโอนกรรมสิทธิ์ ส่วนผู้รับโอนอาวุธปืนก็ต้องดำเนินเรื่องขออนุญาตซื้อ และขออนุญาตมีไว้ในครอบครอง ดังนั้น จึงต้องไปจัดตั้งผู้จัดการมรดกเสียก่อน หากไม่ได้ทำก็ไม่มีบุคคลที่จะมาดำเนินการโอนให้ได้
satanoi
Guest
satanoi@hotmail.com
ตอบ # 28 เมื่อ 10 มิถุนายน 2558 09:06 น. [แจ้งลบ]
ขอบคุณครับ

satanoi
ต้าร์
Guest
kittiteerapat@gmail.com
ตอบ # 29 เมื่อ 26 ธันวาคม 2558 14:05 น. [แจ้งลบ]
อยากทราบว่า การโอนปืนมรดก(พ่อโอนให้ลูก) ผู้ครอบครองปืน (พ่อ) ต้องครอบครองปืนครบ 5 ปี หรือไม่ต้องครบ 5 ปี โอนได้เลยหรือป่าวครับ
ทองคำ
Guest
chaechang@hotmail.com
ตอบ # 30 เมื่อ 3 สิงหาคม 2559 14:01 น. [แจ้งลบ]
พ่อเสียชีวิตได้ปีกว่าครับมีปืนไว้2กระบอก ตอนนี้ยังไม่ได้ไปแจ้งนายทะเบียนเกี่ยวกับอาวุธปืน แต่ปืนเก็บไว้ที่บ้านครับ มีลูกด้วยกัน 5 คน จะต้องทำอย่างไรครับ พี่ๆๆทั้ง4คนมอบอาวุธปืนให้ผมครับ จะต้องดำเนินการขั้นตอนอย่างไรครับ ผมทำงานราชการครับ

1 2

Reply ตอบกลับกระทู้

ตัวหนา ตัวเอียง ตัวขีดเส้นใต้ ตัวขีดกลาง ชิดซ้าย กึ่งกลาง ชิดขวา รูปภาพ ลิ้งก์ ขนาดต้วอักษร สีต้วอักษร

    แนบไฟล์ :
(ขนาดไฟล์ไม่เกิน 2 MB.)
    ผู้เขียน : *
    E-mail : *
 ไม่ต้องการแสดง E-mail
    รหัสตรวจสอบ : Security Image
* กรุณากรอกรหัสที่อยู่ในรูป
Copyright by www.phuwarinlawyer.com
Engine by MAKEWEBEASY