ศาลเยาวชนและครอบครัวฯ
   ศาลทรัพย์สินทางปัญญาฯ
   ศาลยุติธรรม
   ศาลแพ่ง
   ศาลแพ่งกรุงเทพใต้
   ศาลอาญา
   ศาลอาญากรุงเทพใต้
   ศาลอาญาธนบุรี
   ศาลแพ่งธนบุรี
   ศาลจังหวัดตลิ่งชัน
   ศาลจังหวัดมีนบุรี
   ศาลแขวงพระนครเหนือ
   ศาลแขวงพระนครใต้
   ศาลแขวงปทุมวัน
   ศาลแขวงดุสิต
   ศาลแขวงธนบุรี
   ค้นหาคำพิพากษาศาลฎีกา
   ค้นหากฎหมายไทย
   อัตราค่าส่งหมายทั่วประเทศ
   ดาวน์โหลดแบบฟอร์มศาลยุติธรรม
   เนติบัณฑิตยสภา
   สภาทนายความ
   กรมพัฒนาธุรกิจการค้า
   สนง.คณะกรรมการกฤษฎีกา
   ห้องสมุดกฎหมายไทย 1.1
   ห้องสมุดกฎหมายไทย 2.1
   ห้องสมุดกฎหมายไทย 2.2
   ห้องสมุดกฎหมายคณะกรรมการกฤษฎีกา
สถิติผู้เข้าชม
 ขณะนี้มีผู้เข้าใช้ 6
 ผู้เข้าชมในวันนี้ 323
 ผู้เข้าชมทั้งหมด 1,859,612
 เปิดเว็บ 02/06/2553
 ปรับปรุงเว็บ 12/07/2563
กรุณาฝาก Email ของท่าน
  เพื่อรับข่าวสาร ที่น่าสนใจ
29 พฤศจิกายน 2563
อา จ. อ. พ. พฤ ศ. ส.
10  11  12  13  14 
15  16  17  18  19  20  21 
22  23  24  25  26  27  28 
29  30           
             
 Webboard

การตอบคำถามทางเว็บไซท์ http://www.phuwarinlawyer.com/ 
เป็นเพียงความคิดเห็นเบื้องต้นทางกฎหมายซึ่งได้วินิจฉัยและตอบคำถามจากข้อเท็จจริงเพียงเท่าที่ปรากฏเท่านั้น
โดยอาจมีรายละเอียดข้อเท็จจริงและข้อมูลอื่นๆ ที่ผู้ถามมิได้แจ้งข้อมูลมาอย่างครบถ้วนที่จะประกอบการวินิจฉัยอย่างเพียงพอ
ผู้อ่านควรใช้วิจารณญาณประกอบการตัดสินใจ
**************************************************************

ติดต่อปรึกษาทางโทรศัพท์  081-9250-144 หรือ Line ID 081-9250-144
**กรณีหากไม่รับสายแสดงว่าติดภารกิจศาลหรือติดงาน กรุณาโทรติดต่อใหม่อีกครั้ง**

lawyer.makewebeasy.com > ปรึกษาปัญหากฎหมายทั่วไป > การฟ้องหย่ากับสามีชาวต่างชาติค่ะ
  ผู้เขียน
 หัวข้อ : การฟ้องหย่ากับสามีชาวต่างชาติค่ะ (อ่าน 41793) 
5817
 
ทราย
Guest
เมื่อ 24 สิงหาคม 2555 21:35 น.
สวัสดีค่ะ..
ดิฉันมีเรื่องอยากปรึกษาเพื่่อจะทำเรื่องฟ้องหย่ากับสามีชาวต่างชาติ ที่ตอนนี้แยกกันอยู่เข้าปีที่5แล้วค่ะไม่มีการติดต่อใดๆเลย ดังนั้น..
ถ้าดิฉันจะทำเรื่องฟ้องหย่าจะใช้เวลานานเท่าไหร่ค่ะ.
แล้วยุ่งยากไหมค่ะเพราะดิฉันไม่มีข้อมูลใดๆของเขาเลย.
ค่าใช้จ่ายประมาณเท่าไหร่ค่ะ

ดิฉันหวังว่าจะได้รับข้อมูลนำเสนอและคำแนะนำดีๆจากเว็บของท่านเพื่อจะเตรียมตัวดำเนินเรื่องฟ้องหย่าสักทีค่ะ.
ดิฉันไม่หวังอะไรทั้งสิ้นขอแค่การสิ้นสุดความเป็น สามีภรรยาเท่านั้นค่ะ.

จักขอบพระคุณอย่างสูงค่ะ
ทนายภูวรินทร์
Admin
phuwarinlawyer@gmail.com
ตอบ # 1 เมื่อ 25 สิงหาคม 2555 01:20 น. [แจ้งลบ]
ตอบคำถามคุณทราย

             การฟ้องหย่าสามารถอ้างเหตุสามีจงใจทิ้งร้างไปเกินหนึ่งปี และกระทำการเป็นปฏิปักษ์ต่อการเป็นสามีภรรยากันโดยไม่ส่งเสียอุปการะเลี้ยงดูฉันสามีภรรยาได้ แต่การฟ้องหย่าชาวต่างชาตินั้น ค่อนข้างยุ่งยากและใช้เวลานานพอสมควรครับ เพราะต้องมีการแปลสำเนาคำฟ้องและเอกสารที่เกี่ยวข้องส่งให้แก่จำเลย ณ ต่างประเทศด้วย ระยะเวลาจึงนานพอสมควรเพราะการส่งหมายจะช้า ประมาณการไว้น่าจะหกเดือนแต่ไม่เกินหนึ่งปีครับ 

             ผมนำข้อมูลการส่งหมายของศาลเยาวชนและครอบครัวกลางกรุงเทพมหานครมาให้ดูเป็นตัวอย่าง เกี่ยวกับเอกสารที่คู่ความต้องจัดทำสำหรับการส่งหมายไปต่างประเทศ ดังนี้

            1.สำเนาคำฟ้องหรือคำร้อง โดยต้องรับรองสำเนาถูกต้อง ลงลายมือชื่อพร้อมระบุฐานะของผู้รับรอง จำนวน 3 ชุด

           2.คำแปลหมายศาล และคำแปลคำฟ้องหรือคำร้อง


  • ทำเป็นภาษาอังกฤษ

  • ประเทศที่ต้องจัดทำคำแปลหมายศาล และคำแปลคำฟ้องเป็นภาษาราชการเพิ่ม ได้แก่ ญี่ปุ่น จีน ใต้หวัน ฮ่องกง เกาหลีใต้ กัมพูชา เวียดนาม ประเทศในแถบละตินอเมริกาทั้งหมด ฯ

  • โดยรับรองการแปลด้วยข้อความว่า  “Certified True and Correct Translation”  ผู้รับรองการแปลต้องลงชื่อรับรองการแปล พร้อมระบุว่ารับรองในฐานะอะไร เช่น ในฐานะผู้แปล (Translator หรือ Interpreter)  ทนายความ (Lawyer หรือ Legal Repersentative) หรือคู่ความรับรองการแปลเองก็ได้ในฐานะโจทก์ (Plaintiff) หรือผู้ร้อง (Petitioner หรือ Claimant)

  • ข้อควรระวังเพื่อมิให้เอกสารถูกตีกลับ คำแปลต้องถูกต้องตามต้นฉบับและหลักสากล  โดยเฉพาะอย่างยิ่งวันเดือนปี ชื่อบุคคล สถานที่มักพบข้อผิดพลาดบ่อยครั้ง และการรับรองการแปลต้องรับรองทุกหน้า จำนวน 4 ชุด ส่ง 3 ชุด เก็บเข้าสำนวน 1 ชุด


3.ค่าใช้จ่ายในการส่งเอกสารคำฟ้อง คู่ความต้องวางเงินให้กับศาลไว้ก่อนจำนวน 5,000  บาท  ค่าส่งหมายไปต่างประเทศทุกประเทศจะเรียกเก็บเมื่อดำเนินการแล้ว ยกเว้นประเทศสหรัฐอเมริกา ที่คู่ความต้องซื้อดร๊าฟต์ หรือเช็ค เป็นค่าส่งเอกสารจำนวน 95 เหรียญสหรัฐ สั่งจ่าย................... มายื่นที่ศาลเพื่อส่งไปพร้อมกับการส่งหมาย

              อันนี้เป็นค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการส่งหมายศาลครับ ซึ่งอาจเปลี่ยนแปลงหรือเพิ่มขึ้นตามประเทศที่ต้องส่งหมายไป แต่หากสืบทราบว่าสามีมีที่พักอาศัยอยู่ในประเทศไทย ก็อาจส่งหมายไปยังสถานที่นั้นได้ จะเป็นการประหยัดค่าใช้จ่ายตรงส่วนนี้ครับ สำหรับค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับค่าจ้างทนายความนั้น ต้องสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมก่อนว่า มูลคดีที่อ้างเป็นเหตุฟ้องอยู่ที่จังหวัดอะไร เพราะการฟ้องคดีต้องฟ้องยังศาลจังหวัดที่มูลคดีเกิดขึ้น ซึ่งได้แก่ จังหวัดที่เคยใช้ชีวิตร่วมกันก่อนแยกทางกัน หรืออ้างเป็นเหตุฟ้องหย่า (ไม่ใช่สถานที่จดทะเบียนสมรส แต่หากจดทะเบียนสมรสและใช้ชีวิตร่วมกันในจังหวัดเดียวกันก็ฟ้องศาลนั้นได้) และศาลที่จำเลยมีภูมิลำเนาอยู่ในเขตศาล นอกจากนี้  คุณทรายมีบุตรด้วยกันหรือไม่ครับ คุณทรายส่งคำตอบหรือรายละเอียดมาให้ผมทางอีเมลล์ในเวบนี้แลว้จะส่งคำตอบไปทางเมลล์ครับ หากมีข้อสงสัยก็สอบถามเพิ่มเติมได้ครับ

 

 

 

 

 


 

แก้ไขเมื่อ 21 กุมภาพันธ์ 2560 18:24 น.
ทราย
Guest
ตอบ # 2 เมื่อ 26 สิงหาคม 2555 00:53 น. [แจ้งลบ]
ขอขอบพระคุณอย่างสูงที่กรุณาให้คำแนะนำและข้อมูล ดิฉันดีใจมากค่ะที่ได้รู้จักเว็บนี้.
ดิฉันจะทยอยส่งคำถามไปทางอีเมล์ของคุณทนายแน่นอนค่ะเพียงแต่ขอรวบรวมคำถามและข้อสงสัยก่อนค่ะ.

หากข้อสงสัยของดิฉันรบกวนคุณทนายดิฉันก็ต้องขออภัยไว้ ณ ที่นี่ด้วยค่ะ.

ขอขอบพระคุณอย่างสูงสำหรับการตอบกลับค่ะ.
ทนายภูวรินทร์
Admin
phuwarinlawyer@gmail.com
ตอบ # 3 เมื่อ 27 สิงหาคม 2555 16:29 น. [แจ้งลบ]
ยินดีให้คำปรึกษาครับ
phen
Guest
ตอบ # 4 เมื่อ 17 ธันวาคม 2555 09:30 น. [แจ้งลบ]
เรียนคุณทนายภูวรินทร์
ดิฉันได้จดทะเบียนสมรสกับสามีชาวเดนมาร์คแต่ตอนนี้เราแยกทางกันอยู่ตั่งแต่ปี 2552-2555เพราะสามีมีผู้หญิงใหม่ดิฉันมีลูกด้วยกัน1คนแต่สามีไม่เคยติดต่อกับดิฉันเลยดิฉันต้องการหย่าไม่ทราบค่าใช้จ่ายประมาณเท่าไรค่ะ ตอนนี้ลำบากมากเพราะต้องเลียงดูบุตรคนเดียว
ขอบคุณล่วงหน้าค่ะสำหรับคำแนะนำ
เพ็ญ ถ้าคุณทนายไม่ลำบากช่วยตอบจดหมายเป็นการส่วนตัว
วารินทิพย์
Guest
ตอบ # 5 เมื่อ 17 ธันวาคม 2555 15:44 น. [แจ้งลบ]
เรียนคุณทนายภูวรินทร์

ดิชั้นได้จดทะเบียนสมรสกับสามีชาวอิตาเลี่ยนในไทย เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ปี 2554 เมื่อจดทะเบียนภายใต้กฏหมายไทยแล้ว ก็ส่งเอกสารผ่านทางสถานฑูตอิตาลี่ไปยังอำเภอของสามีในประเทศอิตาลี่เพื่อลงบันทึกฐานข้อมูลว่าได้ทำการจดทะเบียนสมรสแล้ว แต่หลังจากจดได้ 1 เดือนสถานฑูตอิตาลี่ได้ติดต่อกลับมาว่ามีปัญหา เนื่องจากฝ่ายชายยังไม่ได้หย่ากับภรรยาเก่า ดิชั้นจึงได้สอบถามไปยังสำนักงานเขตว่าจะสามารถยกเลิกทะเบียนสมรสที่จดไปได้ไม๊ ทางสำนักงานเขตตอบว่าจริงๆ แล้วทะเบียนสมรสเป็นโมฆะตั้งแต่วันที่เซนต์เอกสารจดทะเบียนแล้ว เนื่องจากฝ่ายชายไม่มีคุณสมบัติที่จะจดทะเบียนสมรสกับเราได้ แต่ทางสำนักงานเขตไม่สามารถยกเลิกให้ได้ จะสามารถยกเลิกให้ได้ถ้ามีอำนาจศาลสั่งให้ยกเลิก ดิชั้นอยากสอบถามว่าในกรณีของดิชั้นถ้าต้องการขออำนาจศาลเพื่อยกเลิกทะเบียนสมรส สามารถกระทำได้เลยหรือไม่ และต้องใช้เวลานานดำเนินการนานแค่ไหน ค่าใช้จ่ายประมาณเท่าไหร่ รบกวนช่วยตอบดิชั้นด้วยนะคะ ตอนนี้ดิชั้นทุกข์ใจมากอยากหย่า เพราะตอนนี้สามีมีผู้หญิงอื่น ไม่สนใจดิชั้นและลูกเลย หรือดิชั้นจะฟ้องหย่าเพราะว่าสามียกย่องผู้หญิงอื่นฉันท์ภรรยาดีคะ ตอนนี้ดิชั้นอยู่ที่ไทย แต่สามีทำงานอยู่ที่ฮ่องกงค่ะ รบกวนคุณทนายช่วยตอบดิชั้นเป็นการส่วนตัวด้วยนะคะ
ทนายภูวรินทร์
Admin
phuwarinlawyer@gmail.com
ตอบ # 6 เมื่อ 17 ธันวาคม 2555 21:32 น. [แจ้งลบ]

ทนายภูวรินทร์ ได้ตอบคำถามคุณ Phen  ทางอีเมลล์เรียบร้อยแล้ว

ทนายภูวรินทร์
Admin
phuwarinlawyer@gmail.com
ตอบ # 7 เมื่อ 17 ธันวาคม 2555 22:18 น. [แจ้งลบ]

ทนายภูวรินทร์ ได้ตอบคำถามคุณวารินทิพย์ ทางอีเมลล์เรียบร้อยแล้ว

เพื่อลูก
Guest
ตอบ # 8 เมื่อ 15 มกราคม 2556 17:17 น. [แจ้งลบ]
เรียนคุณทนายภูวรินทร์
แต่งงานและจดทะเบียนกับสามีชาวไนจีเรียในไทย
ตอนนี้มีลูกด้วยกัน 1 คน อายุ 5 เดือน ต้องการหย่าและ
ต้องการที่จะเป็นผู้ดูแลลูกเอง (ให้ลูกอยู่กับดิฉัน)
โดยไม่ต้องการค่าเลี้ยงดูลูก หรือ ใด ๆ ทั้งสิ้น
ดิฉันต้องทำอย่างไร ถ้าดิฉันฟ้องร้องเพื่อขอเลี้ยงดูบุตร
จะมีโอกาสชนะไหมค่ะ คือกังวลเกี่ยวกับกฎหมายทางประเทศสามีค่ะว่าเค้าจะมีอำนาจจนสามารถบังคับดิฉัน
และทำให้ต้องมอบลูกให้กับฝ่ายสามีไป ขอบคุณค่ะ
(รบกวนช่วยตอบเป็นการส่วนตัวทาง E-mail ให้ด้วยนะค่ะ)
ทนายภูวรินทร์
Admin
phuwarinlawyer@gmail.com
ตอบ # 9 เมื่อ 18 มกราคม 2556 20:26 น. [แจ้งลบ]

ทนายภูวรินทร์ ได้ตอบคำถามคุณเพื่อลูก ทางอีเมลล์เรียบร้อยแล้ว

เกร็ดดาว
Guest
ตอบ # 10 เมื่อ 24 มกราคม 2556 21:50 น. [แจ้งลบ]
สวัสดีค่ะ
ดิฉันแต่งงานกับชายญี่ปุ่นเมื่อประมาณ20ปีที่แล้ว จดทะเบียนสมรสทั้งที่เมืองไทยและที่ญี่ปุ่น ขณะนี้แยกกันอยู่12ปีแล้ว
โดยที่ไม่มีการติดต่อทั้งสิ้น และดิฉันก็ไม่ทราบว่าขณะนี้เขาอยู่ที่ใด เมื่อ4ปีที่แล้วดิฉันต้องการหย่ากับสามีจึงพยายามติดต่อ
ไปทางญาติพี่น้องของสามี จึงได้ทราบว่าสามีก็ขาดการติดต่อกับญาติพี่น้องมา8ปีแล้ว และทางพี่สาวเขาได้แจ้งกับทางสถานี
ตำรวจว่าสามีของดิฉันเป็นความบุคคลหายสาปสูญ ในกรณีนี้ดิฉันสามารถใช้ใบบุคคลหายสาปสูญเพื่อฟ้องหย่าได้หรือไม่
ขณะนี้ดิฉันไม่ได้อยู่ทั้งที่ประเทศไทยและญี่ปุ่น ดิฉันจะสามารถดำเนินการหย่าได้อย่างไรค่ะ และปรกติแล้วค่าธรรมเนียม
ที่ทนายความจะคิดค่าดำเนินเรื่องฟ้องหย่าอยู่ที่ประมาณเท่าไหร่ค่ะ ขอความกรุณาแนะนำด้วยค่ะ กรุณาตอบทางอีเมล์ได้มั้ยค่ะ

ขอบพราะคุณอย่างสูงค่ะ

ทนายภูวรินทร์
Admin
phuwarinlawyer@gmail.com
ตอบ # 11 เมื่อ 26 มกราคม 2556 21:06 น. [แจ้งลบ]

ทนายภูวรินทร์ ได้ตอบคำถามคุณเกร็ดดาว ทางอีเมลล์เรียบร้อยแล้ว

Daseera
Guest
ตอบ # 12 เมื่อ 20 กุมภาพันธ์ 2556 12:41 น. [แจ้งลบ]
ต้องการฟ้องหย่ากับสามีต่างชาติ จดทะเบียนในประเทศไทย ..เค้าอยู่เมืองไทย ไม่ทำงาน เอาเงินที่ติดตัวมาซื้อ บ้าน คอนโด รถ อยู่ไปก็ขายกิีนหมด โดยทุกครั้งก็จะนำไปใช้คนเดียวหมด.. ตอนไม่มีก็ให้ภรรยาเลี้ยง แถมยังสร้างหนี้สินในการต้องไปกู้เิงิน ให้ต่อวีซ่า จำนวนห้าแสน แล้วก็ไม่คืน..จากนั้น ทำให้ภรรยาต้องเป็นหนี้ เพราะเงินเดือนโดนหักหมด ต้องใช้บัตรเครดิต ตอนนี้โดนฟ้อง ไปสามสถาบัน เค้าได้เงินจากการขายคอนโด ก็ไม่ได้ช่วยเหลือ ตอนนี้ แยกกันอยู่ 1 ปี กว่าๆ เพราะัรับสภาพไม่ไหว.. ต้องออกไปเช่าบ้านอยู่ พร้อมกับรับภาระหนี้คนเดียว กรณีแบบนี้ เป็นเหตุให้ฟ้องหย่า ได้หรือไม่คะ บ้านที่ซื้อหลังจากจดทะเบียนสมรส ปี 48 เป็นสมบัติชิ้นสุดท้าย

เค้าก็บอกว่า เราเป็น นอร์มินี่.. ซึ่งจะใช้กฏหมายนี้เล่นงานเรา.. ทั้งที่มันน่าจะเป็นสินสมรส..ข้าวของในบ้านที่เป็นเงินเรา เช่น แอร์ ก็ไม่ยอมให้เราถอดออกไป..

ตอนนี้เดือดร้อนมาก กับภาระหนี้สิน ต้องการหย่ามากๆ มีทางใดที่จะเป็นเหตุในการหย่าได้บ้างคะ

เคยได้หลักฐานการติดต่อกับผู้หญิง ที่พัทยา ในการนัดแนะ และการจองโรงแรม .. ในครั้งนี้ จากการได้เห็นหลักฐานอีเมล์ ก็เลยตัดสินใจย้ายของออกจากบ้าน .. เป็นเวลา ปีกว่าๆ แล้ว

ตอนนี้เค้าอ้างว่า เลิกกับผู้หญิง เรียบร้อย.. แต่ ทางเรา ไม่ต้องการรับสภาพ กับการต้องเลี้ยงเค้าไปตลอดชีวิต ตอนมีเงินก็จะไปใช้คนเดียว แต่เงินหมด ก็มาเกาะกิน .. จนปัจจุบัน ลูกสาว (ลูกติดทางภรรยา) ต้องหยุดเรียน เพราะแม่ไม่มีเงินส่งเรียน มีค่าใช้จ่าย ค่าห้อง ค่ากิน จ่ายธนาคา สามธนาคาร.. และ กำลังจะตามฟ้องอีก 2 ธนาคาร ด้วยเงินเดือนที่เหลือ สองพันกว่าบาท.. ที่อยู่ได้ปัจจุบัน เพราะวิ่งหาิเงิน กับรายจ่าย เดือนละเกือบๆสองหมื่นคนเดียว ซึ่งปัจจุบัน กำลังจะเจอทางตันอีกแล้ว

เหตุที่เล่ามาทั้งหมด สามารถ ฟ้องหย่า ได้หรือไม่คะ... เรื่องบ้าน เค้ากำลังพยายามขาย และ ไม่ยอมให้มีการแบ่งครึ่ง เค้าต้องการทั้งหมด..

มีอีเมล์ข่มขู่ จากเค้าตลอด.. .. และไม่ยอมให้เราใช้ทนายคุยกับเค้า

ถ้าเราใช้ เค้าจะใช้ทนาย และยกเรื่อง นอร์มินี่ มาข่มขู่ ตลอด

จดทะเบียนปี 48 แยกกันอยู่ ตั้งแต่ 10 ธค.54 ค่ะ

รบกวนคุณทนาย ช่วยแนะนำด้วยนะคะ ขอบคุณมากค่ะ

Daseera

sushi
Guest
sushinori-2009@hotmial.com
ตอบ # 13 เมื่อ 21 กุมภาพันธ์ 2556 02:33 น. [แจ้งลบ]
สวัสดีค่ะ
ปัญหาก็คล้ายๆ กันค่ะ กับ คห 1
จดทะเบียนที่เมืองไทยค่ะแล้วแฟนต่างชาติ เอ๊ย ต่างด่าว
ก็ได้หายไปกับเครื่องบินที่เค้ามาอะค่ะ
นับไปนับมาก็ ปีกับอีก3 เดือนที่ติดต่อเค้าไม่ได้ค่ะ
ต้องติดต่อ คุณทนายยังไงค่ะ
รบกวนช่วยเมล์มาได้ใหมค่ะ
เคยทำแล้วครั้งหนึ่งค่ะ
แต่คุณทนายคนเก่า กะลังจะลงเลือกตั้ง เพื่อบ้านเมือง
ไม่มีเวลา ก้เลยต้องไปเค้าไปค่ะ
ขอความเสียสละ คุณทนาย ช่วยตอบหน่อยน่ะค่ะ
เดือดร้อน ก็ พออยู่อะค่ะ
แต่อยากกลับมาใช้นามสกุล เก่า มากกว่าค่ะ
อายเค้าค่ะ เป็นนางเสียแล้ว
รบกวนเวลาอันน้อยนิดแล้วช่วยตอบด้วยน่ะค่ะ คุณทนาย
ไม่รีบค่ะ เพราะได้อ่านของแต่ละคน แล้ว ดูท่าทางกลุ้มมากกว่า
ว่างเมื่อไหร่ช่วยตอบด้วยน่ะค่ะ
ขอบพระคุณอย่างสูงค่ะ
Sushinori-2009@hotmail.com
ทนายภูวรินทร์
Admin
phuwarinlawyer@gmail.com
ตอบ # 14 เมื่อ 23 กุมภาพันธ์ 2556 00:49 น. [แจ้งลบ]


ตอบคำถามคุณ Daseera

        การฟ้องหย่าจะต้องอ้างเหตุตามที่กฎหมายกำหนดไว้เท่านั้น เหตุอื่นนอกจากกฎหมายบัญญัติไว้ ไม่สามารถอ้างฟ้องหย่าได้ ซึ่งเหตุที่จะอ้างฟ้องหย่านั้น ได้แก่

        (1) สามีหรือภริยาอุปการะเลี้ยงดูหรือยกย่องผู้อื่นฉันภริยาหรือสามีเป็นชู้หรือมีชู้ หรือร่วมประเวณีกับผู้อื่นเป็นอาจิณอีกฝ่ายหนึ่งฟ้องหย่าได้



        (2) สามีหรือภริยาประพฤติชั่ว ไม่ว่าความประพฤติชั่วนั้นจะเป็นความผิดอาญาหรือไม่ถ้าเป็นเหตุให้อีกฝ่ายหนึ่ง



        (ก)ได้รับความอับอายขายหน้าอย่างร้ายแรง



        (ข) ได้รับความดูถูกเกลียดชังเพราะเหตุที่คงเป็นสามีหรือภริยาของฝ่ายที่ประพฤติชั่วอยู่ต่อไป หรือ



        (ค) ได้รับความเสียหายหรือเดือดร้อนเกินควร ในเมื่อเอาสภาพฐานะและความเป็นอยู่ร่วมกันฉันสามีภริยามาคำนึงประกอบ



        อีกฝ่ายหนึ่งนั้นฟ้องหย่าได้



        (3) สามีหรือภริยาทำร้ายหรือทรมานร่างกายหรือจิตใจ หรือหมิ่นประมาทหรือเหยียดหยามอีกฝ่ายหนึ่งหรือบุพการีของอีกฝ่ายหนึ่ง ทั้งนี้ถ้าเป็นการร้ายแรง อีกฝ่ายหนึ่งนั้นฟ้องหย่าได้



        (4) สามีหรือภริยาจงใจละทิ้งร้างอีกฝ่ายหนึ่งไปเกินหนึ่งปี อีกฝ่ายหนึ่งนั้นฟ้องหย่าได้



        (4/1) สามีหรือภริยาต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก และได้ถูกจำคุกเกินหนึ่งปีในความผิดที่อีกฝ่ายหนึ่งมิได้มีส่วนก่อให้เกิดการกระทำความผิดหรือยินยอมหรือรู้เห็นเป็นใจในการกระทำความผิดนั้นด้วย และการเป็นสามีภริยากันต่อไปจะเป็นเหตุให้อีกฝ่ายหนึ่งได้รับความเสียหายหรือเดือดร้อนเกิน ควรอีกฝ่ายหนึ่งนั้นฟ้องหย่าได้



        (4/2) สามีและภริยาสมัครใจแยกกันอยู่เพราะเหตุที่ไม่อาจอยู่ร่วมกันฉันสามีภริยาได้โดยปกติสุขตลอดมาเกินสามปี หรือแยกกันอยู่ตามคำสั่งของศาลเป็นเวลาเกินสามปี ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งฟ้องหย่าได้



        (5) สามีหรือภริยาถูกศาลสั่งให้เป็นคนสาบสูญ หรือไปจากภูมิลำเนาหรือถิ่นที่อยู่เป็นเวลาเกินสามปี โดยไม่มีใครทราบแน่ว่าเป็นตายร้ายดีอย่าง ไรอีกฝ่ายหนึ่งฟ้องหย่าได้



        (6) สามีหรือภริยาไม่ให้ความช่วยเหลืออุปการะเลี้ยงดูอีกฝ่ายหนึ่งตาม สมควร หรือทำการเป็นปฏิปักษ์ต่อการที่เป็นสามีหรือภริยากันอย่างร้ายแรง ทั้งนี้ถ้าการกระทำนั้นถึงขนาดที่อีกฝ่ายหนึ่งเดือดร้อนเกินควรในเมื่อเอา สภาพฐานะและความเป็นอยู่ร่วมกันฉันสามีภริยามาคำนึงประกอบ อีกฝ่ายหนึ่งนั้นฟ้องหย่าได้



        (7) สามีหรือภริยาวิกลจริตตลอดมาเกินสามปี และความวิกลจริตนั้นมี ลักษณะยากจะหายได้กับทั้งความวิกลจริตถึงขนาดที่จะทนอยู่ร่วมกัน ฉันสามีภริยาต่อไปไม่ได้อีกฝ่ายหนึ่งฟ้องหย่าได้



        (8) สามีหรือภริยาผิดทัณฑ์บนที่ทำให้ไว้เป็นหนังสือในเรื่องความประพฤติอีกฝ่ายหนึ่งฟ้องหย่าได้



        (9) สามีหรือภริยาเป็นโรคติดต่ออย่างร้ายแรงอันอาจเป็นภัยแก่อีกฝ่ายหนึ่งและโรคมีลักษณะเรื้อรัง ไม่มีทางที่จะหายได้อีกฝ่ายหนึ่งนั้นฟ้องหย่าได้



        (10) สามีหรือภริยามีสภาพแห่งกายทำให้สามีหรือภริยานั้น ไม่อาจร่วมประเวณีได้ตลอดกาล อีกฝ่ายหนึ่งฟ้องหย่าได้

       กรณีตามคำถามนั้น ยังไม่สามารถอ้างเป็นเหตุฟ้องหย่าได้เพราะตามกฎหมายสามีภรรยาต้องช่วยเหลืออุปการะเลี้ยงดูซึ่งกันและกัน คดีครอบครัวละเอียดอ่อนมาก การจะฟ้องหย่าได้ต้องมีข้อเท็จจริงตามเหตุฟ้องหย่าชัดเจน มีพยานหลักฐานนำสืบสนับสนุนตามข้ออ้างด้วย ส่วนการแยกกันอยู่นั้นกฎหมายบัญญัติไว้ชัดเจนว่าจะต้องแยกกันอยู่ด้วยความสมัครใจทั้งสองฝ่าย ไม่ใช่เกิดจากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเพียงฝ่ายเดียว และการแยกกันอยู่ต้องเป็นเพราะไม่สามารถอยู่ด้วยกันฉันสามีภรรยาโดยปกติสุขเป็นเวลาเกินสามปีด้วย จึงจะอ้างฟ้องหย่าได้

       ส่วนในเรื่องซื้อบ้านในนามคุณเองนั้น แม้เงินจะเป็นของสามีก็ไม่ถือว่าคุณเป็นนอมินี เพราะเป็นการซื้อเพื่อใช้อยู่อาศัยระหว่างสามีภรรยาจริง ๆ ไม่ต้องกังวลกับเรื่องนี้ครับ เพราะหากจะผิดกฎหมายก็ผิดด้วยกันทั้งสามีภรรยานั่นแหละเป็นตัวการร่วมกันทำผิดกฎหมายด้วยกันทั้งคู่ หากคุณถูกดำเนินคดี สามีก็ต้องโดนด้วย อย่ากลัวคำขู่ครับ

       แม้ข้อเท็จจริงคุณจะอ้างฟ้องหย่าตามกฎหมายไม่ได้ แต่ก็สามารถเสนอคำฟ้องเพื่อขอให้ศาลช่วยไกล่เกลี่ยกันได้ เนื่องจากการฟ้องคดีไม่จำเป็นต้องสืบพยานสู้กันอย่างเดียว ก่อนจะถึงขั้นนั้นจะมีขั้นตอนการเจรจาไกล่เกลี่ยเพื่อให้อยู่ร่วมกันโดยปกติสุขต่อไป หรือแยกทางกันด้วยดีครับ


 


ทนายภูวรินทร์
Admin
phuwarinlawyer@gmail.com
ตอบ # 15 เมื่อ 23 กุมภาพันธ์ 2556 01:00 น. [แจ้งลบ]

ทนายภูวรินทร์ ได้ตอบคำถามคุณsushi ทางอีเมลล์เรียบร้อยแล้ว

ทนายภูวรินทร์
Admin
phuwarinlawyer@gmail.com
ตอบ # 16 เมื่อ 23 กุมภาพันธ์ 2556 02:48 น. [แจ้งลบ]


ทนายภูวรินทร์ ขอแจ้งให้ทุกท่านทราบว่า คุณยายเสียชีวิตเมื่อวันที่ 20 ที่ผ่านมานี้ จะฌาปนกิจวันที่ 27 ช่วงนี้อาจตอบคำถามล่าช้าบ้าง หากเร่งด่วนก็โทรศัพท์มาสอบถามได้ครับ


ฉาย
Guest
ตอบ # 17 เมื่อ 27 กุมภาพันธ์ 2556 15:00 น. [แจ้งลบ]
สวัสดีคะ ดิฉันมีเรื่องอยากถาม ดิฉันแต่งงานกับคนญี่ปุ่นเกือบ5ปีแล้วก่อนแต่งเราตกลงกันว่าจะซื้อบ้านมีลูกอยู่ภายในเมืองไทย แต่พอแต่งงานแล้วทุกอย่างเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือเลยคะ ฉันต้องคอยทำตามคำสั่งของเค้าทุกอย่าง เสนอหรืออกความคิดเห็นไดๆไปยากมากที่จะเห็นด้วยกับดิฉัน และในทุกๆวัน การใช่ชิวิต เราเข้ากันไม่ได้เลย อึดอัดมาก เค้าก็รู้สึกเช่นเดียวกับฉัน จนฉันเห็นจดหมายฉบับนึงซึ่งสามีดิฉันเขียนแปลเป็นภาษาไทย ความหมายโดยรวมคือเราเข้ากันไม่ได้ และขอดิฉันหย่า ดิฉันอยากทราบว่าถ้าสามีดิฉันมีจดหมายขอหย่าแล้ว ดิฉันมีสิทธิเรียกร้องค่าเลี้ยงดูได้ไหมคะ
ทนายภูวรินทร์
Admin
phuwarinlawyer@gmail.com
ตอบ # 18 เมื่อ 1 มีนาคม 2556 22:18 น. [แจ้งลบ]


ตอบคำถามคุณฉาย

             ตามกฎหมายไทย เมื่อจดทะเบียนสมรสแล้วกฎหมายกำหนดให้สามีภรรยามีหน้าที่ต้องช่วยเหลืออุปการะเลี้ยงดูซึ่งกันและกัน ไม่ใช่เป็นหน้าที่ของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งโดยเฉพาะ ดังนั้น หน้าที่อุปการะเลี้ยงดูจึงเป็นสิทธิที่เกิดขึ้นเพราะการจดทะเบียนสมรสกัน หากตกลงหย่ากันและไปจดทะเบียนหย่าแล้วก็หมดสิทธิที่จะได้รับการอุปการะเลี้ยงดูจากอีกฝ่ายหนึ่ง แต่ก่อนที่จะไปจดทะเบียนหย่า หากคุณบอกข้อเสนอไปว่าเมื่อได้รับเงินจำนวนที่คุณต้องการแล้วก็จะหย่าให้ และสามียินยอมจ่ายก็โชคดีไป เรียกว่าค่าเซ็นต์ใบหย่า ไม่ใช่ค่าเลี้ยงดูครับ แต่หากสามีไม่ยอมจ่าย ก็ไม่หย่า ต่างคนต่างอยู่กันไป หากทั้งสองฝ่ายต้องการหย่าก็ต้องไปฟ้องศาลเองซึ่งก็จะต้องมีเหตุฟ้องหย่าตามที่กฎหมายกำหนดไว้ด้วย ไม่ใช่อ้างเหตุเพราะเข้ากันไม่ได้ เพราะกรณีนี้หากฟ้องไปศาลก็ยกฟ้องและเสียเวลาเสียค่าใช้จ่าย สู้ตกลงหย่ากันหรือจบกันด้วยดีน่าจะเป็นการดีกว่านะครับ


 


อมรา
Guest
ตอบ # 19 เมื่อ 24 มีนาคม 2556 07:39 น. [แจ้งลบ]
สวัสดีค่ะ ดิฉันจดทะเบียนสมรสกับชาวโปแลนด์ที่ประเทศไทย แต่ไม่ได้ทำเรื่องส่งไปที่สถานทูตของเขาค่ะ จากนั้นเขาก็หายไปเกือบสองปีแล้ว ตืดต่อไม่ได้เลย แล้วดิฉันไม่มีข้อมูลอะไรของเขาเลย ไม่ทราบว่าในกรณีนี้ ดิฉันต้องส่งสำเนาฟ้องหย่าไปประเทศเขาไหมคะ ดิฉันอยากเป็นอิสระมาก ไม่อยากให้เรื่องยุ่งยากไปมากกว่านี้
ทนายภูวรินทร์
Admin
phuwarinlawyer@gmail.com
ตอบ # 20 เมื่อ 24 มีนาคม 2556 14:20 น. [แจ้งลบ]


ตอบคำถามคุณอมรา

            กรณีนี้ต้องฟ้องหย่าโดยอ้างเหตุจงใจทิ้งร้างเกินหนึ่งปี โดยฟ้องต่อศาลที่ข้ออ้างฟ้องหย่าเกิดขึ้นในเขตศาล และตามกฎหมายต้องระบุภูมิลำเนาของจำเลย และจะต้องแปลคำฟ้องเป็นภาษาต่างประเทศแล้วส่งคำฟ้องไปให้จำเลยที่ต่างประเทศด้วย แม้จะไม่ได้จดทะเบียนสมรสที่ประเทศโปแลนด์ หรือทำเรื่องที่สถานทูตของสามีก็ตาม การฟ้องหย่าชาวต่างชาติจึงใช้เวลานานเพราะต้องรอผลการส่งหมายศาลก่อนการสืบพยานและเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มมากขึ้นด้วยครับ


Naphat
Guest
ตอบ # 21 เมื่อ 31 มีนาคม 2556 16:21 น. [แจ้งลบ]
เรียน ทนายภูวรินทร์
ดิฉันจดทะเบียนสมรสกับสามีชาวญี่ปุ่นมาตั้งแต่ปี 2552 และทางสามีก็ได้กลับญี่ปุ่นไปตั้งแต่ พย. 2554
และไม่ติดต่อกลับมาอีกเลย โทรไปหรือว่าส่งอีเมลติดต่อไปก็ไม่มีการติดต่อกลับมาเลย จนมาเมื่อ ธค. 2555
ดิฉันได้ลองติดต่อไปอีกครั้งหนึ่ง คราวนี้สามารถติดต่อได้ และดิฉันก็ขอร้องให้ทางสามีมาหย่าให้ จะได้ไม่มีอะไรค้างคากัน แต่เมื่อตอนที่อยู่กันนั้น ได้ซื้อบ้านไว้ 1 หลัง และที่ดินที่ยังผ่อนไม่หมด ซึ่งตอนนี้ทางดิฉันก็ได้ผ่อนมาเรื่อยๆ แต่ทางสามีไม่ยอมหย่าให้ จนมาถึงตอนนี้ดิฉันก็ได้อยู่กินกับสามีคนไทยโดยมิได้จดทะเบียนแต่อย่างใด และกำลังจะคลอดลูกที่เกิดจากสามีใหม่ ในเดือน พค. 2556 ที่จะถึง จึงอยากรบกวนเรียนสอบถามว่าถ้าหากจะฟ้องหย่ามันจะเป็นไปได้ยากไหมคะ รบกวนขอคำแนะนำด้วยคะ เพราะถ้าปล่อยไว้อย่างนี้มันก็พันกันมากเลยะคะ
รบกวนด้วยคะ ขอบคุณมากคะ
ทนายภูวรินทร์
Admin
phuwarinlawyer@gmail.com
ตอบ # 22 เมื่อ 31 มีนาคม 2556 17:16 น. [แจ้งลบ]


 ตอบคำถามคุณNaphat       

              การฟ้องหย่านั้น จะต้องอ้างเหตุตามที่กฎหมายบัญญัติไว้เท่านั้น ซึ่งสามารถหาอ่านเหตุฟ้องหย่าได้ที่เว็บไซต์นี้ครับ 

              เกี่ยวกับกรณีของคุณที่สามีเดินทางกลับไปญี่ปุ่นนั้น จะอ้างฟ้องหย่าเพราะสมัครใจแยกกันอยู่ก็จะต้องปรากฏว่าการแยกกันอยู่นั้นเกิดขึ้นด้วยความสมัครใจและโดยเหตุที่ไม่อาจอยู่กันฉันสามีภรรยาตลอดมาเกินสามปีด้วย จึงอ้างเหตุนี้ฟ้องหย่ายังไม่ได้ ส่วนจะอ้างกรณีสามีจงใจทิ้งร้างไปเกินหนึ่งปีนั้น นอกจากเวลาจะต้องเกินหนึ่งปีแล้ว จะต้องปรากฏข้อเท็จจริงด้วยว่า สามีเป็นฝ่ายทิ้งร้างไปด้วยและไม่เคยส่งเสียเลี้ยงดูซึ่งกันและกัน  หากเป็นเพราะเดินทางกลับไปเยี่ยมบ้านหรือไปทำงาน ก็ฟ้องหย่าเพราะเหตุนี้ไม่ได้   

               นอกจากนี้ การที่คุณไปอยู่กินกับสามีใหม่และกำลังจะมีลูกด้วยกัน  ถือว่าคุณเป็นฝ่ายก่อเหตุฟ้องหย่าเสียเอง หากคุณเป็นฝ่ายดำเนินการฟ้องหย่าและสามีญี่ปุ่นกลับมาต่อสู้คดี ก็อาจมีผลให้ศาลพิพากษายกฟ้องได้เช่นกัน  แต่หากไม่กลับมาต่อสู้คดีก็ต้องสืบพยานฝ่ายเดียว การที่ศาลจะพิพากษาให้หย่ากันหรือไม่ ก็ต้องขึ้นอยู่กับพยานหลักฐานและการสืบพยานให้ศาลเห็นพฤติการณ์ตามที่อ้างในคำฟ้อง ดังนั้น การฟ้องหย่าในขณะนี้จึงยังไม่ชัดเจนมากนัก และหากรอให้เกินสามปีขึ้นไปเหตุผลฟ้องหย่าก็อาจฟังขึ้นมากกว่านี้ได้ครับ


 


worrada
Guest
ตอบ # 23 เมื่อ 23 เมษายน 2556 11:05 น. [แจ้งลบ]
พอดีเพื่อนดิฉันเป็นชาวต่างชาติ(อังกฤษ) อยากหย่ากับหญิงไทย เพราะหญิงไทยคนนั้นติดการพนันอย่างมาก แล้วก็แยกกันอยู่ไม่ได้ส่งเสียเลี้ยงดูมากว่า 3ปีแล้ว จะต้องให้เขาไปดำเนินการเหมือนกับขั้นตอนของคนไทยที่คุณทนายบอกมาข้างบนรึป่าวคะ
sopha
Guest
ตอบ # 24 เมื่อ 25 เมษายน 2556 17:34 น. [แจ้งลบ]
สวัสดีค่ะ ดิฉันมีสามีเป็นชาวเยอรมัน และได้แต่งงานในประเทศเยอรมันอยู่ด้วยกันหลังแต่งงาน1ปี8เดือน
และได้กลับมาเที่ยวประเทศไทยกับแฟน แต่พอถึงกำหนดกลับแฟนได้ขโมยพาสปอร์ตวีซ่าและตั๋วเครื่องบินไปและกลับประเทศไปแล้วและหลังจากนั้นก็ไม่สามารถติดต่อได้เลย แต่ดิฉันสามารถติดต่อกับเพื่อนที่ประเทศเยอรมันได้ ดิฉันอยากทราบว่าควรทำอย่างไรดีคะ ถ้าจะให้ทนายที่เยอรมันดำเนินเรื่องให้จะได้ไหมคะ
ถ้าจะดำเนินการฟ้องหย่าจะได้ไหมคะ และเราจะได้ค่าอะไรไหมคะ
กรุณาตอบกลับทางอีเมลนะคะ ขอขอบคุณล่วงหน้านะคะ
ทนายภูวรินทร์
Admin
phuwarinlawyer@gmail.com
ตอบ # 25 เมื่อ 26 เมษายน 2556 22:15 น. [แจ้งลบ]


ตอบคำถามคุณworrada

           การที่ชาวต่างชาติจะฟ้องหย่าหญิงไทย ก็ต้องอ้างเหตุตามที่กฎหมายไทยบัญญัติไว้เท่านั้น โดยกรณีนี้สามารถอ้างเหตุภริยาประพฤติชั่ว ไม่ว่าความประพฤติชั่วนั้นจะเป็นความผิดอาญาหรือไม่ถ้าเป็นเหตุให้อีกฝ่ายหนึ่งได้รับความอับอายขายหน้าอย่างร้ายแรง ได้รับความดูถูกเกลียดชังเพราะเหตุที่คงเป็นสามีหรือภริยาของฝ่ายที่ประพฤติชั่วอยู่ต่อไป หรือ ได้รับความเสียหายหรือเดือดร้อนเกินควร ในเมื่อเอาสภาพฐานะและความเป็นอยู่ร่วมกันฉันสามีภริยามาคำนึงประกอบ และเหตุสมัครใจแยกกันอยู่เกินสามปีได้

          ส่วนขั้นตอนการดำเนินคดีฟ้องหย่าก็สามารถยื่นคำฟ้องต่อศาลเยาวชนและครอบครัวประจำจังหวัดที่มูลคดี (เหตุที่อ้างฟ้อง) เกิดขึ้นในเขตศาลครับ ซึ่งการฟ้องคดีเป็นเรื่องยุ่งยากจึงจำเป็นต้องปรึกษากับทนายความที่จะว่าจ้างให้ดำเนินคดีจะเป็นการดีกว่าครับ


ทนายภูวรินทร์
Admin
phuwarinlawyer@gmail.com
ตอบ # 26 เมื่อ 26 เมษายน 2556 22:30 น. [แจ้งลบ]

ทนายภูวรินทร์ ได้ตอบคำถามคุณ sopha ทางอีเมลล์เรียบร้อยแล้ว

ต้น ค่ะ
Guest
Tonsom_love99@hotmail.com
ตอบ # 27 เมื่อ 29 เมษายน 2556 16:14 น. [แจ้งลบ]
ขอรบกวนปรึกษาค่ะ ดิฉันเคยแต่งงานกะคนญี่ปุ่น ฝ่ายชายขออย่า ดิฉันส่งเอกสารไปดำเนินการเรียบร้อย เพราะฝ่ายชายส่งมาให้กรอก ..... แต่พอเขาจัดการอย่าเรียบร้อยที่ญีาปุ่น กับไม่ส่งเอกสารกลับมาให้ดิฉัน ทวงเท่าไหร่ ก็ไม่ให้ ..... ดิฉัน จะทำอย่างไรได้บ้างคะ .....ขอคำแนะนำไดไหมคะ ..... ทุกข์ใจมากค่ะ .... ซึ่งดิฉันแต่งงานผ่านบริษัทหาคู่ค่ะ....ขอบคุณค่ะ
sue
Guest
sue.sue_208@hotmail.com
ตอบ # 28 เมื่อ 29 เมษายน 2556 20:28 น. [แจ้งลบ]
สวัสดีค่ะคุณทนาย ดิฉันต้องการหย่าขาดกับสามี ชาวอังกฤษค่ะ เราจดทะเบียนสมรสที่เมืองไทย

โดยเราตกลงกันว่าจะหย่า แต่สามีไม่อยากมาเผชิญหน้ากันที่เมืองไทย พอจะมีวิธีอื่นไหมคะ

ถ้าสมมุติว่า เขาไม่ยอมกลับมาหย่าแล้วจะทำยังไงดีคะ
ทนายภูวรินทร์
Admin
phuwarinlawyer@gmail.com
ตอบ # 29 เมื่อ 30 เมษายน 2556 01:18 น. [แจ้งลบ]


ตอบคำถามคุณต้น

           เมื่อคุณจดทะเบียนสมรสกับชาวต่างชาติ หากไม่ประสงค์จะเป็นสามีภรรยากัน ก็ต้องไปจดทะเบียนหย่าให้ถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งเรียกว่าการหย่ากันด้วยความยินยอม  ส่วนการจดทะเบียนหย่ากันในประเทศไทยจะต้องไปปรากฏตัวเพื่อแสดงเจตนาต่อนายทะเบียนทั้งสามีภรรยาพร้อมด้วยพยานสองคน ดังนั้น แม้ฝ่ายชายจะส่งเอกสารส่วนตัวมาให้คุณดำเนินการ ก็เป็นเพียงสัญญาหย่าเท่านั้น ฝ่ายชายจะต้องไปดำเนินการด้วยตนเองที่สำนักงานทะเบียนด้วย หรือแม้คุณจะส่งเอกสารให้ฝ่ายชายไปดำเนินการที่ประเทศของสามี ก็ต้องศึกษาว่าสามารถทำได้ตามกฎหมายของประเทศสามีโดยที่คุณไม่ต้องแสดงตนต่อเจ้าหน้าที่หรือไม่ 

            ประการต่อมา หากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่ยอมหย่า หรือสมัครใจเลิกลากันไป แต่ไม่ได้จดทะเบียนหย่า ก็ต้องดำเนินการฟ้องหย่าต่อศาลเยาวชนและครอบครัว และการฟ้องหย่าจะต้องอ้างเหตุฟ้องหย่าตามที่กฎหมายบัญญัติไว้เท่านั้น ซึ่งหาอ่านได้ในเว็บไซต์นี้ห้วข้อการสิ้นสุดการสมรสและการฟ้องหย่าครับ


ทนายภูวรินทร์
Admin
phuwarinlawyer@gmail.com
ตอบ # 30 เมื่อ 30 เมษายน 2556 01:28 น. [แจ้งลบ]


ตอบคำถามคุณ sue

                 การจดทะเบียนหย่าจะต้องไปแสดงเจตนาต่อหน้านายทะเบียนทั้งสามีและภรรยา พร้อมด้วยพยานสองคน ไม่สามารดมอบอำนาจหรือกรอกเอกสารส่งไปสำนักงานทะเบียนเพื่อหย่ากันได้ ปัจจุบันคู่สมรสที่ไม่ต้องการเผชิญหน้ากัน หรือไม่ประสงค์จะไปขอจดทะเบียนการหย่าพร้อมกัน ณ สำนักทะเบียนเดียวกัน ก็สามารถดำเนินการจดทะเบียนต่างสำนักทะเบียนได้ เช่น ฝ่ายชายยื่นคำร้องที่สำนักงานเขตบางรัก กรุงเทพมหานคร หลังจากฝ่ายชายยื่นคำร้องแล้ว ฝ่ายหญิงไปจดทะเบียนหย่าที่สำนักงานทะเบียนอำเภอเมืองจังหวัดเชียงใหม่ได้  แต่ต้องตกลงกันเรื่องทรัพย์สิน เรื่องอำนาจปกครองบุตร เรื่องค่าอุปการะเลี้ยงดูบุตรให้เรียบร้อย และต้องตกลงกันก่อนว่าฝ่ายใดจะยื่นคำร้องก่อน รายละเอียดต่าง ๆ สามารถสอบถามได้ที่สำนักงานทะเบียนทุกเขตทุกอำเภอครับ 

                ส่วนกรณีที่สามีไม่ยอมกลับมาหย่าก็ต้องยื่นฟ้องเป็นคดีต่อศาลเยาวชนและครอบครัวประจำจังหวัด โดยต้องอ้างเหตุตามที่กฎหมายบัญญัติไว้เท่านั้น ซึ่งสามารถหาอ่านได้ในเว็บไซต์นี้หัวข้อการสิ้นสุดการสมรสครับ




 


1 2 3 4 5 6

Reply ตอบกลับกระทู้

ตัวหนา ตัวเอียง ตัวขีดเส้นใต้ ตัวขีดกลาง ชิดซ้าย กึ่งกลาง ชิดขวา รูปภาพ ลิ้งก์ ขนาดต้วอักษร สีต้วอักษร

    แนบไฟล์ :
(ขนาดไฟล์ไม่เกิน 2 MB.)
    ผู้เขียน : *
    E-mail : *
 ไม่ต้องการแสดง E-mail
    รหัสตรวจสอบ : Security Image
* กรุณากรอกรหัสที่อยู่ในรูป
Copyright by www.phuwarinlawyer.com
Engine by MAKEWEBEASY